ข้อมูลส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - pitoon

หน้า: [1]
1
พูดคุยทั่วไป / How To ลดหย่อนภาษีแบบจุใจ
« เมื่อ: เมษายน 02, 2025, 02:10:45 PM »
ประกันลดหย่อนภาษีรู้ไหมว่าเราสามารถซื้อประกันเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ใครที่สงสัยว่าต้องซื้อประกันแบบไหนถึงลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ถ้าได้เข้ามาอ่านบทความนี้คลายความสงสัยกัน



วิธีลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 1
หลายคนคงทราบกันดีว่าคุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจาก "เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป" ได้ 100,000 บาท ในส่วนนี้สามารถรวมกับ "เบี้ยประกันสุขภาพ" ได้สูงสุดอีก 25,000 บาท และเมื่อรวมกับ "เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ" (ที่ลดหย่อนภาษีได้ 200,000 บาทหลัง) ก็จะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท
**ประกันบำนาญสามารถซื้อได้ 15% ของรายได้รวมในแต่ละปี

วิธีลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 2
ถ้าหากคุณมีประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี "เบี้ยประกันชีวิต" หรือ "เบี้ยประกันชีวิต+เบี้ยประกันสุขภาพ" แล้ว แต่ยังไม่เต็มสิทธิ์ 100,000 บาท คุณสามารถนำ "เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ" ที่ลดหย่อนภาษีในส่วนของ 200,000 บาทหลัง มาเติมเต็มในส่วนแรกได้ (ก่อนซื้อประกันบำนาญควรสอบถามตัวแทนหรืออ่านรายละเอียดให้ดีก่อนทำประกัน) **ประกันบำนาญสามารถซื้อได้ 15% ของรายได้รวมในแต่ละปี

วิธีลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 3
ถ้าหากคุณยังไม่มี "เบี้ยประกันชีวิต" หรือ "เบี้ยประกันสุขภาพ" ใดๆเลย คุณสามารถซื้อ

"ประกันชีวิตแบบบำนาญ" เพื่อนำเบี้ยมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท เพราะแบบประกันบำนาญบางแบบสามารถลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ 100,000 บาทแรก จนถึง 200,000 บาทหลัง ทั้งนี้การใช้สิทธิ์จากเบี้ยประกันบำนาญต้องไม่เกิน 15% ของรายได้รวมในแต่ละปี


2
ไขมันหน้าท้อง ถือเป็นส่วนเกินของร่างกาย ที่ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจในรูปร่างและบุคลิกภาพ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือ ยิ่งมีไขมันหน้าท้องมากเท่าไหร่ โอกาสเกิดโรคต่าง ๆ ก็ยิ่งมีมากขึ้น หลายคนจึงพยายามหาวิธีลดไขมันหน้าท้องหรือไขมันส่วนเกิน โดยการลองผิดลองถูก ทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดสัดส่วน



ไขมันหน้าท้องสาเหตุ?

    เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีการรับและสะสมสารอาหารประเภทไขมันเข้าสู่ร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่สามารถเผาผลาญได้หมดในแต่ละวัน ได้แก่ อาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต น้ำตาลที่ได้รับมากเกินก็จะเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน ไม่ใช่เฉพาะไขมัน และเข้าไปเกาะติดอยู่ภายในอวัยวะต่างๆ รวมถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วย เมื่อนานวันมากขึ้น ไขมันชนิดนี้ก็จะมีความแข็งตัวมากยิ่งขึ้น และจะดันให้หน้าท้องของเราให้ยื่นออกมาจนเห็นได้ชัดเจน

          ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในช่องท้อง นอกจากการรับประทานอาหารที่มากเกินไปแล้วอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการไม่ชอบออกกำลังกายไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย และยังพบว่าบางครั้งคนที่ทานน้อยแล้วก็ยังมีโอกาสพบภาวะไขมันในช่องท้องได้

 
วิธีลดไขมันส่วนเกิน

   1. เพิ่มการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 3-5วัน/สัปดาห์ เช่น การวิ่งจ็อกกิ่ง(jogging) เดินเร็วโดยให้มีเหงื่อออกหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือง่ายๆคือขณะออกกำลังกายพูดเป็นประโยคได้ยากขึ้น

   2. ออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ โดยฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง โดยบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งน้ำหนักที่ใช้ควรให้สามารถยกได้ประมาณ 12-15 ครั้ง

   3.ควบคุมอาหาร เพื่อเป็นการจำกัดพลังงานไม่ให้มีการสะสมเพิ่มเติมและในผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องควรจำกัดการบริโภคไขมันและอาหารที่ให้พลังงานสูง

ในยุคและช่วงเวลาที่เร่งด่วน การดูแลอาหารการกิน การออกกำลังกายหรือแม้แต่การดูแลตัวเอง อาจเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์คนทั่วไปในยุคนี้ เมื่อช่วงเวลาในการดูแลตัวเองมีน้อยลง การหาตัวช่วยที่ดีคือคลินิก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากกว่า

โปรแกรม EXILIS ULTRA 360  ควบคู่ Emsculpt การสลายไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ ของคนยุคใหม่
EXILIS ULTRA 360 คืออะไร?

    ด้วยเทคโนโลยียกกระชับ ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุเข้มข้น (Volumetric Monopolar Radio Frequency) ร่วมกับ Ultrasound คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ลงใต้ชั้นผิว ไปสลายไขมันพร้อมยกกระชับ และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ผ่านมาตรฐาน USFDA (อย.ประเทศสหรัฐอเมริกา)  EXILIS ULTRA 360 ตอบโจทย์คนมีปัญหาไขมันส่วนเกิน คุณแม่หลังคลอด มีปัญหาต้นแขน ต้นขาหย่อนคล้อย มีเซลลูไลท์

Emsculpt คืออะไร?

    เครื่อง Emsculpt ใช้เทคโนโลยี HIFEM หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง เป็นตัวช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมันของคนยุคใหม่ Emsculpt  มีลักษณะพิเศษสามารถส่งพลังงานเข้าถึงชั้นกล้ามเนื้อ ผ่านไขมันใต้ชั้นผิวหนังไปกระตุ้นกล้ามเนื้อได้อย่างกว้างและลึกพร้อมกับเผาผลาญไขมัน ลดไขมันได้ในเวลาเดียวกัน

    Emsculpt ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยจาก โดยองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรปและทั่วโลก

โปรแกรม EXILIS ULTRA 360  ควบคู่ Emsculptเป็นโปรแกรมพิเศษที่คุณหมอต้องแนะนำหนึ่งในตัวช่วยที่กำลังเป็นที่นิยมสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมันในทางกลับกันคือไม่ต้องออกกำลังกายเหมาะสำหรับวิถีชีวิตที่แสนยุ่งวุ่นวายในปัจจุบันมากอีกทั้งยังมีประโยชน์ ในคนที่มีข้อจำกัดในการออกกำลังกายหรือต้องการแก้ไขสัดส่วนเฉพาะจุด

3
พูดคุยทั่วไป / 6 วิธีแก้โถสุขภัณฑ์กดไม่ลง
« เมื่อ: ธันวาคม 03, 2024, 03:31:34 PM »
โถสุขภัณฑ์ สุขภัณฑ์ชิ้นเดียว กดไม่ลง ทำยังไง
สาเหตุที่ทำให้โถสุขภัณฑ์กดไม่ลงมีอะไรบ้าง?

ต้นเหตุที่ทำให้ชักโครกกดไม่ลงมีด้วยกันหลากหลายประการ ซึ่งแน่นอนว่าหากทราบ ก็ย่อมเป็นประโยชน์ในการป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาดังต่อไปนี้

    เกิดการอุดตัน: หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือการอุดตันของท่อระบายน้ำที่เกิดจากการทิ้งกระดาษชำระหรือเศษขยะอื่น ๆ ลงในโถชักโครก ดังนั้นถึงแม้จะเป็นวิธีกำจัดขยะที่สะดวกสบาย แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมา
    ระดับน้ำน้อยเกินไป: อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โถสุขภัณฑ์กดไม่ลงคือระดับน้ำในถังที่ต่ำเกินไป จนไม่เพียงพอที่จะชำระล้างและสร้างแรงดันเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในชักโครก ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ จึงควรหมั่นตรวจสอบระดับน้ำให้พอดีต่อการใช้งาน
    ลูกยางรั่ว: ลูกยางรั่วเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ชักโครกกดไม่ลง เนื่องจากลูกยางคือชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่เปิดปิดช่องทางน้ำของโถสุขภัณฑ์ ดังนั้นเมื่อเกิดการรั่วน้ำจะค่อย ๆ ระบายออกจากถัง ทำให้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการกดน้ำเพื่อชำระล้าง ซึ่งหากปัญหานี้เกิดขึ้น ควรเปลี่ยนลูกยางโดยเร่งด่วน
    ฟลัชวาล์วชำรุด: เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อเวลาผ่านไป ฟลัชวาล์วอาจเกิดการชำรุดและสึกหรอได้ จากสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ซึ่งย่อมส่งผลให้โถสุขภัณฑ์กดไม่ลงได้เช่นกัน จึงควรหมั่นตรวจสอบอยู่เป็นประจำ


 
6 วิธีแก้โถสุขภัณฑ์กดไม่ลง

เมื่อได้ทราบถึงต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นกับสุขภัณฑ์ห้องน้ำ ที่ส่งผลให้ชักโครกกดไม่ลงกันไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ต่อให้พยายามป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุอย่างรอบคอบเท่าไร ก็อาจเกิดปัญหาขึ้นได้อยู่ดี แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป เพราะเรามี 6 วิธีแก้โถสุขภัณฑ์กดไม่ลงมาแนะนำ ดังต่อไปนี้

    ใช้ปั๊มลูกสูบ: อุปกรณ์ที่นิยมที่สุดในการกำจัดสิ่งอุดตันในชักโครกคือปั๊มลูกสูบ สำหรับวิธีการใช้งาน ก็เพียงเติมน้ำลงในโถสุขภัณฑ์ให้เพียงพอเพื่อให้ลูกสูบสามารถสร้างแรงดูดได้ จากนั้นวางลูกสูบไว้เหนือรูระบายน้ำ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปิดครอบรูให้สนิท ตามด้วยดันลงและดึงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจนกว่าสิ่งอุดตันจะคลายออก

    ใช้น้ำร้อนกับน้ำยาล้างจาน: ถ้าหากใช้ปั๊มลูกสูบแล้วไม่ได้ผล อีกหนึ่งวิธีคือให้ลองใช้น้ำร้อนกับน้ำยาล้างจานเพื่อล้างสิ่งอุดตัน โดยเทน้ำร้อน 2-3 ถ้วยลงในโถสุขภัณฑ์ จากนั้นเติมน้ำยาล้างจานในปริมาณที่พอเหมาะ ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที โดยน้ำร้อนและน้ำยาล้างจานมีฤทธิ์ในการชำระล้างคราบฝังแน่น จากนั้นใช้ปั๊มลูกสูบเพื่อพยายามคลายการอุดตันภายในโถชักโครก



    ใช้สว่านชักโครก: สว่านชักโครกเป็นสายยาวที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งใช้เพื่อล้างสิ่งอุดตันในชักโครก โดยวิธีการใช้คือให้สอดสายเข้าไปในชักโครก ดันลงท่อระบายน้ำจนกว่าจะถึงจุดอุดตัน จากนั้นหมุนด้ามสว่านไปตามทิศทางตามเข็มนาฬิกาเพื่อสลายสิ่งอุดตัน

    ใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู: อีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยขจัดสิ่งอุดตันในชักโครกคือการใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู โดยให้เทเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวงลงไป จากนั้นเติมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นใช้ปั๊มลูกสูบดันเข้าไปเพื่อคลายการอุดตัน

    ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญ: หากวิธีการข้างต้นไม่ได้ผล ก็ถึงเวลาที่ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างมืออาชีพ เนื่องจากพวกเขาจะมีเครื่องมือและความเชี่ยวชาญในการขจัดสิ่งอุดตันในโถสุขภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถระบุสาเหตุของการอุดตันและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตได้อีกด้วย



    เปลี่ยนโถสุขภัณฑ์: สำหรับวิธีสุดท้ายถึงแม้จะต้องลงทุนมากที่สุด แต่ก็เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดเช่นกัน นั่นคือการเปลี่ยนมาใช้โถสุขภัณฑ์ที่มีระบบการชำระล้างแบบ TORNADO FLUSH ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยป้องกันการอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากถูกคิดค้นและพัฒนามาอย่างยาวนาน เพื่อให้ทำความสะอาดได้หมดจด โดยใช้น้ำในปริมาณน้อย รวมไปถึงทำงานควบคู่กับโถสุขภัณฑ์แบบไร้ขอบ RIMLESS จึงช่วยลดมุมอับ ซึ่งเป็น 1 ในสาเหตุหลักที่คราบสกปรกมักเกาะติดอยู่ด้านในชักโครก นอกจากนี้ หากเลือกสุขภัณฑ์ที่มีสารเคลือบ CEFIONTECT จะช่วยทำหน้าที่เคลือบพื้นผิวเซรามิกให้มีความเรียบลื่น ช่วยให้เวลากดชำระล้างสิ่งสกปรกจะหลุดออกไปได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้หากเลือกใช้เป็นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ หรือโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ก็จะทำให้ไม่จำเป็นต้องมีฟลัชวาล์ว หรือปุ่มกดชำระที่โถส้วม เนื่องจากเป็นระบบอัตโนมัติภายในตัว สามารถชำระล้างได้เองหลังจากการใช้งานอุปกรณ์สุขภัณฑ์ หรือกดชำระจากรีโมทคอนโทรล ช่วยลดปัญหาฟลัชวาล์วชำรุดได้

4

เงินเดือน 20,000 บาท มีเงินเก็บ 2,000 บาท ถือว่าน้อยไหมคะ ?
เป็นคำถามยอดฮิตที่มักจะเห็นตามกระทู้เว็บบอร์ด เพราะใครๆ ต่างก็มีความฝันที่จะมีเงินเก็บก้อนโต เอาไว้ซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด เป็นทรัพย์สินให้ตัวเอง หรือบางคนก็อยากมีเงินเก็บเอาไว้ให้อุ่นใจในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ไหนจะต้องคอยกังวลเรื่องเหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่รู้ว่าจะต้องหยิบเอาเงินสำรองออกมาใช้เมื่อไหร่ ถ้าวางแผนการออมเงินไม่ดี มีสิทธิ์กระเป๋าฉีกแน่นอน



     แต่การจะเก็บออมในช่วงที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ด้วยฐานเงินเดือนที่ไม่มากนัก โบนัสก็ยังไม่แน่นอน คงจะเป็นเรื่องยาก อย่าเพิ่งท้อกันไปเสียก่อน เพราะทำยากก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้

วิธีการออมเงินให้เหมาะกับวัยทำงานมือใหม่
     วันนี้เราจะขอเสนอ วิธีการออมเงินให้เหมาะกับวัยทำงานมือใหม่ เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้โอกาสการเป็นเศรษฐีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมประกันควบการลงทุน

ออมเงิน 10% ของรายได้
     ถึงแม้ว่าจะ ออมน้อย แต่อย่างน้อยก็ยัง ออมนะ เริ่มต้นกำหนดเป้าหมายในการออมแบบไม่หักโหม ด้วยการคิดเป็น 10% ของรายได้ เช่น หากคุณมีเงินเดือน 25,000 บาท เก็บออม 10% ก็จะเท่ากับ 2,500 บาท และต้องรีบ
ออมก่อนใช้ นั่นก็คือออมเงินทันทีที่ได้รับมา เพราะการ ใช้ก่อนออม หากไม่หักห้ามใจให้ดี ก็มีสิทธิ์ใช้เงินเพลินจนไม่เหลือเก็บแน่นอน

สร้างวินัยในการใช้เงิน
     การมีวินัยเป็นนิสัยพื้นฐานของคนมีเงินเก็บ เมื่อคุณตั้งใจแน่วแน่ที่จะเก็บเงินให้ได้สักก้อน คุณจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ในการใช้เงิน เช่น หากรู้ตัวว่าเป็นคนใช้เงินเก่งต้องกำหนดจำนวนเงินที่ใช้ได้ในแต่ละวัน ห้ามใช้เกินเด็ดขาด หรือบางคนที่เป็นสายแข็งหน่อย ก็อาจจะออมเงินเท่ากับจำนวนที่ใช้จ่ายไปในแต่ละครั้ง ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยควบคุมการใช้เงินกับสิ่งไม่จำเป็น และทำให้มีเงินออมเพิ่มมาแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย



ซื้อกองทุนหรือสลาก
     สำหรับคนที่ไม่ต้องการจะเก็บออมจากเงินเดือนอย่างเดียว ก็อาจเลือกวิธีการซื้อกองทุนหรือสลาก ซึ่งถือเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่อาจได้รับผลตอบแทนก้อนโต แต่คุณจะต้องศึกษาถึงความเสี่ยง และวางแผนในการจัดสรรรายได้มาลงทุนให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต

เก็บเงินด้วยการซื้อประกันออมทรัพย์
     ประกันออมทรัพย์ หรือ ประกันสะสมทรัพย์ คือ ประกันรูปแบบหนึ่งที่ผู้ซื้อกรรมธรรม์จะได้รับทั้งความคุ้มครอง และ สามารถออมเงินไปในตัว โดยจะได้รับเงินก้อนเมื่อถึงระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการออมเงินสำหรับผู้ที่ฉลาดเลือก เพราะได้ผลประโยชน์แบบยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

แต่จะเลือกซื้อประกันออมทรัพย์อย่างไรให้เหมาะสมกับวัยทำงานมือใหม่ บอกเลยว่าพิจารณาง่ายๆ โดยการเลือกแผนประกันออมทรัพย์ที่เบี้ยไม่แพง แต่ได้รับเงินคืนในอัตราที่คุ้มค่า สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบการใช้จ่ายของคุณ ไม่ว่าจะออมแบบระยะสั้น 3 ปี  5 ปี 10 ปี หรือ ออมยาวๆ 20 ปี ก็กำหนดเองได้เช่นกัน



5



เจาะลึกวิธีติดตั้งสุขภัณฑ์อย่างถูกหลัก ทั้งการเตรียมระบบสุขาภิบาล ติดตั้งวาล์วเปิด-ปิดน้ำ ติดตั้งโถชักโครกและชุดอุปกรณ์ถังพักน้ำ ที่คนกำลังทำบ้านต้องรู้

ห้องน้ำ พื้นที่สำคัญที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมี และ สุขภัณฑ์ห้องน้ำ ก็เป็นอุปกรณ์ในห้องน้ำที่ทุกบ้านขาดไม่ได้ สำหรับผู้ที่กำลังรีโนเวทบ้านหรือสร้างบ้านใหม่ ก่อนจะติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ จำเป็นจะต้องเตรียมตัวอย่างไร รวมถึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีติดตั้งสุขภัณฑ์เบื้องต้นมากน้อยแค่ไหน บทความนี้สรุปมาให้อย่างครบถ้วนทุกประเด็น ติดตามกันได้เลย

การเตรียมตัวก่อนติดตั้งสุขภัณฑ์
ทุกคนคงทราบกันดีว่าการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำนั้น ย่อมต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นที่ให้พร้อมไม่แพ้พื้นที่อื่น ๆ ในบ้าน เพื่อให้การติดตั้งระบบน้ำและสุขภัณฑ์ทุกชิ้นถูกต้องตรงตามมาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ทั้งยังจะส่งผลต่อการใช้งานที่ยาวนาน โดยก่อนการติดตั้งอุปกรณ์ห้องน้ำทุกประเภท ต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วย 5 ขั้นตอนเหล่านี้



1. เตรียมงานโครงสร้างให้สมบูรณ์
อันดับแรก ไม่ว่าจะทำห้องน้ำใหม่หรือรีโนเวทห้องน้ำเดิม ต้องเริ่มจากงานโครงสร้างที่แข็งแรง วางแปลนให้ชัดเจนว่าห้องน้ำของคุณมีขนาดกี่ตารางเมตร สุขภัณฑ์แต่ละชิ้นจะติดตั้งไว้ที่ตำแหน่งใด และแบ่งโซนเปียกโซนแห้งให้ชัดเจน เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งาน หรือหากคุณต้องการผนังกั้นหรือติดตั้งอ่างอาบน้ำ ก็สามารถวางแผนได้ตั้งแต่ขั้นตอนนี้เลย

2. เลือกกระเบื้องพื้นและผนัง
เมื่อโครงสร้างพร้อมแล้ว ลำดับถัดมาคือการเลือกกระเบื้องให้เหมาะกับการใช้งาน โดยกระเบื้องสำหรับปูพื้นห้องน้ำควรมีค่าการดูดซึมน้ำต่ำ และมีค่ากันลื่นหรือค่า R ขั้นต่ำอยู่ที่ R10 เพื่อป้องกันพื้นลื่นเกินไปจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนกระเบื้องผนังก็สามารถเลือกที่สีสันและลวดลายเข้ากับกระเบื้องปูพื้นได้เลย
           
3. วาง 3 ระบบสำคัญให้ได้มาตรฐาน
นอกจากงานโครงสร้างแล้ว งานระบบก็ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน สำหรับ 3 ระบบสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในการก่อสร้างห้องน้ำ ได้แก่

* ระบบระบายอากาศ: ห้องน้ำควรระบายอากาศได้ดี เพื่อลดปัญหาความอับชื้นและป้องกันการสะสมของเชื้อโรค โดยสามารถทำได้ทั้งการติดตั้งหน้าต่างและการติดตั้งพัดลมระบายอากาศโดยเฉพาะ

* ระบบประปา: ถือเป็นระบบที่สำคัญที่สุดในห้องน้ำ จึงควรติดตั้งให้ได้มาตรฐาน ทั้งปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ ท่อน้ำดี ท่อระบายน้ำ และท่อน้ำทิ้ง ป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมหรือน้ำไม่ไหลตามมาในภายหลัง

* ระบบไฟฟ้า: อย่าลืมเตรียมระบบไฟฟ้าเอาไว้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น สุขภัณฑ์อัจฉริยะ เครื่องทำน้ำอุ่น ไดร์เป่าผม ติดตั้งเต้าปลั๊กไฟในโซนแห้ง เตรียมสายดินให้พร้อม รวมถึงหากเป็นปลั๊กที่อยู่บริเวณด้านล่างใกล้กับพื้นห้องน้ำ ควรติดตั้งให้สูงห่างจากพื้นอย่างน้อย 30 ซม. และควรมีฝาพลาสติกครอบปลั๊กไฟ ช่วยป้องกันน้ำกระเซ็นในขณะที่ทำความสะอาดห้องน้ำ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ห้องน้ำผู้สูงอายุ


         
4. เลือกสุขภัณฑ์ที่ตอบโจทย์
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกสุขภัณฑ์ มีอยู่หลากหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของสุขภัณฑ์ ขนาด สี ระบบชำระล้าง และดีไซน์ เบื้องต้นแนะนำให้เลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้องน้ำ ความสูงเหมาะกับผู้ใช้งาน สีและดีไซน์เข้ากับกระเบื้อง รวมถึงคอนเซปต์โดยรวมของบ้านด้วย หรือหากเป็นผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี นวัตกรรมล้ำสมัย ในด้านสุขอนามัยและช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานห้องน้ำ สามารถเลือกใช้เป็นสุขภัณฑ์อัตโนมัติ หรือสุขภัณฑ์ที่มาพร้อมฝารองนั่งอัตโนมัติ ก็จะช่วยให้คุณมีสุขภาวะที่ดีมากยิ่งขึ้น

5. ใช้บริการช่างก่อสร้างและผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ
อยากแน่ใจว่าห้องน้ำของคุณจะสวยงาม ใช้งานได้ตอบโจทย์ อย่าลืมเลือกใช้ช่างก่อสร้างและผู้รับเหมาที่มีความสามารถ เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง วางระบบ และติดตั้งอุปกรณ์สุขภัณฑ์ อย่างแท้จริง เพียงเท่านี้ ขั้นตอนการเตรียมตัวติดตั้งระบบสุขภัณฑ์ของคุณก็จะสมบูรณ์แบบแล้ว


6
ตรวจสุขภาพประจำปี จำเป็นอย่างไร


หลายคนมักละเลยการตรวจสุขภาพประจำปีเพราะรู้สึกว่าไม่สำคัญ เพราะส่วนใหญ่มักจะรอให้เจ็บหรือป่วยแล้วค่อยมาโรงพยาบาล ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นมักพบอีกทีเมื่อมีอาการหนัก หรือเรื้อรัง ซึ่งยากต่อการรักษาไปเสียแล้ว นั่นเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพร่างกายนั่นเอง

ข้อดีของการตรวจสุขภาพประจำปี
 
หนึ่งในขั้นตอนที่ทำสำคัญที่สุดของการซื้อประกันสุขภาพ คือ การเลือกประเภทของประกันชีวิต ซึ่งปัจจุบันประกันชีวิตมีหลากหลายประเภท ทั้งด้านความคุ้มครองและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน เราจึงควรเลือกประเภทประกันชีวิตที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ และรายได้หลักของเรา โดยประกันชีวิตนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
 
1. ป้องกันหรือค้นหาโรคและภาวะผิดปกติในร่างกาย
เพราะบางโรคเราสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ การที่เราตรวจเจอจะทำให้เราได้รับการรักษาที่เหมาะสม และหาทางป้องกันไม่ให้โรคนั้นลุกลามหรือไปถึงขั้นที่รุนแรงได้ หรือแม้จะไม่ได้ตรวจพบว่าเป็นโรคอะไร แต่มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดโรคนั้นๆ เราก็สามารถหาวิธีป้องกันหรือลดปัจจัยที่จะทำให้เกิดได้อีกด้วย

2. จุดเริ่มต้นการต่อสู้กับโรคร้ายที่ดีที่สุด
หลายคนไม่ตรวจสุขภาพประจำปีเพราะกลัวการตรวจเจอโรคต่างๆ ซึ่งความจริงนั้นการตรวจเจอโรคร้ายต่างๆ นั้นยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะจะช่วยให้เราวางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งยังช่วยให้เราวางแผนในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องเหมาะสมด้วย ทำประกันมะเร็ง

3. ลดอัตราการป่วย และเสียชีวิต
อีกข้อดีของการตรวจสุขภาพประจำปี คือการที่เราจะทราบสภาวะปัจจุบันของร่างกายได้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อนำไปสู่การดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ทำให้ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วย และเสียชีวิตได้นั่นเอง



ควรเริ่มตรวจสุขภาพประจำปีตอนอายุเท่าไหร่?
โดยปกติแล้วการตรวจสุขภาพประจำปีควรเริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ถ้ามีอาการที่ผิดปกติหรือน่าสงสัยก็สามารถเข้ารับการตรวจก่อนอายุ 20 ปี โดยในแต่ละช่วงอายุนั้นก็จะมีสิ่งที่ควรตรวจแตกต่างกันไป เช่น
ผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และเคยมีเพศสัมพันธ์ควรเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูก
ผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปควรตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากปีละ 1 ครั้ง
ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจการติดเชื้อทางเดินอาหาร และตรวจช่องท้องเพื่อหาความผิดปกติของถุงน้ำดี ตับ และไต
ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปต้องตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ และความแข็งแรงของกระดูก เป็นต้น



การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและไร้โรคภัยนั้นถือเป็นอีกข้อที่สำคัญในชีวิต ซึ่งนอกจากการตรวจสุขภาพประจำปีที่จะช่วยให้เราวางแผนและดูแลเรื่องสุขภาพได้แล้วนั้น การทำประกันสุขภาพ ก็เป็นอีกตัวช่วยที่น่าสนใจเพราะเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้เราสามารถอุ่นใจได้แม้ในวันที่เจ็บป่วย เพราะมีความคุ้มครองที่ทั้งคุ้มค่าและครอบคลุม นอกจากนี้เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย การดูแลสุขภาพและวางแผนการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมจึงสำคัญ เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าร่างกายที่อยู่กับเราทุกวันนั้นจะสมบูรณ์แข็งแรงได้แบบนี้ไปได้ถึงเมื่อไร

7
รูปแบบของก๊อกน้ำฝักบัว วัสดุที่นิยมใช้ทำก๊อกน้ำ คือ สแตนเลสเนื่องจากมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และปลอดภัยจากสารตกค้างประเภทโลหะหนัก ซึ่งก๊อกน้ำฝักบัวมีทั้งหมด 2 ประเภท สามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ได้แก่
ก๊อกเดี่ยว คือ ก๊อกน้ำที่สามารถเปิดใช้น้ำเย็นได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ก๊อกผสม คือ ก๊อกน้ำที่สามารถเปิดใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น โดยมีทั้งแบบก้านโยกซ้าย - ขวาซึ่งมีสัญลักษณ์บอกน้ำร้อนและน้ำเย็นอยู่ที่ตัวก๊อก และก๊อกที่แยกจุดเปิดน้ำร้อนและน้ำเย็นเป็นสองฝั่งเพื่อปรับระดับความร้อน – เย็นตามความต้องการ ซึ่งการติดตั้งมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นก๊อกที่ติดตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์, ก๊อกที่ติดตั้งอยู่กับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า และก๊อกที่ติดตั้งออกจากผนัง



นวัตกรรมก๊อกน้ำฝักบัวที่ใช้งานง่าย สะดวกสบาย และทนทาน
ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันที่นิยมใช้ก๊อกน้ำและก๊อกน้ำฝักบัวแบบผสมคือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำร้อน และน้ำเย็น TOTO จึงได้พัฒนานวัตกรรม COMFORT GLIDE โดยปรับปรุงและพัฒนาแผ่นเซรามิกที่อยู่ในวาล์ว ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญภายในก๊อกอ่างล้างหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ควบคุมการปล่อยน้ำได้ง่ายดายกว่าเดิมแค่ขยับก้านโยกเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ก๊อกน้ำที่มาพร้อมระบบ COMFORT GLIDE ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และมีความเสถียรของแรงในการขยับก้านโยกต่อครั้งได้ดีกว่าก๊อกน้ำทั่ว ๆ ไปอีกด้วย


รูปแบบการติดตั้งก๊อกน้ำฝักบัวตามการใช้งาน
นอกจากรูปแบบก๊อกน้ำและฝักบัวที่เหมาะกับการใช้งานแล้ว รูปแบบการติดตั้งก๊อกน้ำตามการใช้งานก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากต้องเลือกการติดตั้งให้เหมาะสมกับแบบห้องน้ำ โดยรูปแบบการติดตั้งก๊อกมีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

1. ก๊อกน้ำและฝักบัวแบบฝังผนัง
เหมาะสำหรับก๊อกอ่างล้างหน้า อ่างล้างหน้า และฝักบัว เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถเลือกตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งได้ เหมาะสำหรับห้องน้ำที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก เพราะช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งฝักบัวในห้องน้ำ และยังเลือกติดตั้งคู่กับสุขภัณฑ์อื่น ๆ ได้ตามความต้องการ

2. ก๊อกน้ำและฝักบัวแบบตั้งพื้น
เหมาะสำหรับการใช้งานกับอ่างอาบน้ำ มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับห้องน้ำที่ต้องการเน้นเรื่องดีไซน์ในการออกแบบ สำหรับก๊อกน้ำแบบตั้งพื้นจาก TOTO ถูกออกแบบให้เลือกจับคู่กับอ่างอาบน้ำแบบต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว เหมาะกับการตกแต่งทุกสไตล์

3. ก๊อกน้ำแบบตั้งเคาน์เตอร์
เหมาะกับการเป็นก๊อกอ่างล้างหน้า ทั้งอ่างล้างหน้าแบบวาง หรืออ่างล้างหน้าฝังบนเคาน์เตอร์ที่มีช่องสำหรับติดตั้งก๊อกน้ำ ข้อดีคือสามารถบำรุงรักษาได้สะดวก



วิธีเลือกก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์
ปัจจุบันก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์ หรือ สุขภัณฑ์อัตโนมัติ นั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสะดวกสบาย และช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคได้ดีกว่าก๊อกซิงค์ปกติที่เราต้องเอามือไปสัมผัสเพื่อเปิด - ปิดก๊อกน้ำ โดยวิธีการเลือกก๊อกเซ็นเซอร์มี 4 วิธีหลัก ๆ ได้แก่

1. สำรวจระบบน้ำและไฟฟ้าสำหรับติดตั้งก๊อกน้ำ
ก่อนเลือกซื้อก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์ควรสำรวจระบบไฟฟ้าและระบบประปาภายในบ้านเสียก่อน เนื่องจากก๊อกแต่ละรุ่นนั้นมีเงื่อนไขการติดตั้งที่แตกต่างกันซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้งานอีกด้วย

2. รูปแบบการติดตั้งก๊อก
โดยปกติก๊อกระบบเซ็นเซอร์นั้นมีทั้งแบบใช้ไฟฟ้าในบ้านและใช้แบตเตอรี่ในตัว แต่ด้วยนวัตกรรม SELF POWER จาก TOTO ที่ได้พัฒนาก๊อกระบบเซ็นเซอร์ที่ไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า แต่ใช้พลังงานจากการไหลของน้ำทำหน้าที่ชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวก๊อกทำงาน ซึ่งช่วยประหยัดพลังงาน และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา

3. เลือกจากดีไซน์และการตกแต่งห้องน้ำ
การเลือกซื้อก๊อกน้ำระบบเซ็นเซอร์ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง จึงควรเลือกดีไซน์ก๊อกที่ถูกใจและเข้ากับสไตล์ห้องน้ำที่สุดเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน และอย่าลืมทดลองใช้ก๊อกเพื่อเช็กประสิทธิภาพว่าใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่

4. ฟังก์ชันการใช้งานของก๊อกเซ็นเซอร์
สำหรับฟังก์ชันของก๊อกเซ็นเซอร์คุณภาพดีที่ควรพิจารณา คือ ก๊อกที่ใช้ควรจะปล่อยน้ำออกมาทันทีเมื่อยื่นมือเข้าไปใกล้ระยะ และปิดน้ำทันทีเมื่อนำมือออกจากระยะเซ็นเซอร์ นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนอุณหภูมิร้อน - เย็นได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับก๊อกน้ำอีกด้วย



8
ฝักบัวน้ำหยดเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในห้องน้ำที่สร้างความรำคาญใจให้กับหลายคน แต่ใครว่าปัญหานี้แก้ไม่ได้ มาดู 5 วิธีแก้น้ำฝักบัวหยดที่ทำได้ง่าย ๆ



ฝักบัวน้ำหยด เป็นปัญหาในห้องน้ำที่หลายบ้านต้องเผชิญกันอยู่บ่อย ๆ โดยน้ำฝักบัวหยดนั้นไม่เพียงแต่ส่งผลให้พื้นห้องน้ำเปียกลื่นเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ยังส่งผลให้ค่าน้ำพุ่งสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่อย่างไรก็ตามปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ไขหรือป้องกันไม่ได้ โดย TOTO ได้แนะนำ 5 วิธีแก้ไขปัญหาฝักบัวน้ำหยด มาฝากทุกคนแล้วในวันนี้

 
5 วิธีแก้ไขปัญหาฝักบัวน้ำหยด ให้ครบปัญหา
1. ตรวจสอบก๊อกน้ำ
ในหลายกรณีปัญหาฝักบัวน้ำหยดอาจมีต้นตอปัญหาจากก๊อกน้ำ จึงควรเริ่มจากการตรวจสอบก๊อกน้ำเสียก่อนว่ามีปัญหา เสียหาย หรือเสื่อมคุณภาพหรือไม่ โดยวิธีการตรวจสอบง่าย ๆ เพียงทดลองปิดก๊อกน้ำซึ่งเป็นตัวควบคุมแรงดันน้ำ ในกรณีที่เป็นฝักบัวก้านแข็ง หลังจากปิดก๊อกน้ำแล้วหากพบว่ามีน้ำฝักบัวหยดออกมาแสดงว่าก๊อกน้ำนั้นเสื่อมสภาพหรือเสียหาย หรือในกรณีที่ถ้าเป็นฝักบัวสายอ่อน ให้ถอดสายฝักบัวออก หากพบว่ามีน้ำหยดก็อาจหมายความว่าก๊อกน้ำนั้นมีความผิดปกติได้เช่นกัน

2. เปลี่ยนก๊อกน้ำ
หากพบปัญหาก๊อกน้ำฝักบัวชำรุดเสียหายซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำฝักบัวหยด ก็สามารถแก้ไขด้วยการเปลี่ยนก๊อกน้ำอันใหม่ โดยขั้นตอนนี้ทุกคนสามารถทำได้ที่บ้านด้วยการปิดก๊อกน้ำ แล้วถอดก๊อกน้ำออกจากสายฝักบัว จากนั้นจึงเปลี่ยนชิ้นใหม่เข้าไปจากนั้นจึงพันด้วยเทปประปาก็เป็นอันเรียบร้อย



3. ทำความสะอาดคราบหินปูนที่หัวฝักบัว
คราบหินปูนหรือคราบสกปรกที่หัวฝักบัวเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำไหลออกจากฝักบัวได้ไม่สะดวก ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำตกค้างในหัวฝักบัวและเป็นที่มาของน้ำฝักบัวหยดได้ ดังนั้นควรทำความสะอาดหัวฝักบัวอย่างสม่ำเสมอ โดยถอดหัวฝักบัวออกมาทำความสะอาดคราบหินปูนภายในก็จะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานให้ยาวนานได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับฝักบัวที่ไม่สามารถถอดหัวออกมาล้างทำความสะอาดได้ สามารถใช้วิธีง่าย ๆ เพียงนำยาสีฟันมาป้ายแล้วขัดหัวฝักบัวให้สะอาด หรือใช้วิธีใช้น้ำส้มสายชูใส่ลงในถุงพลาสติกแล้วนำไปสวมเข้าในหัวฝักบัว รัดปากถุงให้แน่นแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วเปิดน้ำทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วนำแปรงสีฟันมาขัดคราบสกปรกออกก็เป็นที่เรียบร้อย

 
4. ตั้งฝักบัวให้สูงกว่าเครื่องทำน้ำอุ่น
ตั้งฝักบัวให้สูงกว่าเครื่องทำน้ำอุ่น
ปัญหาน้ำค้างในหัวฝักบัวอาบน้ำก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฝักบัวน้ำหยด เนื่องจากหลังใช้งานฝักบัวเสร็จแล้วมักจะยังมีน้ำค้างอยู่ภายในหัวฝักบัวซึ่งเกิดจากแรงดันของเครื่องทำน้ำอุ่น ดังนั้นควรตั้งฝักบัวให้อยู่สูงกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อป้องกันปัญหาน้ำฝักบัวหยดได้อีกทางหนึ่ง

 
5. เลือกใช้ฝักบัวที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพ
ฝักบัวเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตจากวัสดุได้หลายชนิด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการใช้งาน การตกแต่ง และราคา สำหรับวัสดุที่เหมาะกับการทำฝักบัวมากที่สุดก็คือ สแตนเลส หรือโครเมียม เนื่องจากวัสดุเหล่านี้มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนานมากกว่าฝักบัวพลาสติก ซึ่งการใช้ฝักบัวที่มีคุณภาพสูงจะช่วยป้องกันน้ำหยดจากฝักบัวได้เช่นกัน



นอกจาก 5 วิธีแก้ไขปัญหาฝักบัวน้ำหยดจะช่วยแก้ปัญหากวนใจในห้องน้ำแล้ว การใช้ฝักบัวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันทันสมัยยังช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำได้ เช่น ฝักบัว AERIAL SHOWER ที่เพิ่มมวลอากาศเข้าไปในสายน้ำ ทำให้ใช้น้ำในปริมาณที่น้อยลง นวัตกรรม ACTIVE WAVE ที่สร้างเกลียวน้ำขนาดใหญ่ COMFORT WAVE ซึ่งผสมผสานเกลียวน้ำหลายแบบช่วยให้ความชุ่มฉ่ำทุกสัมผัส และการปล่อยน้ำให้ไหลห่อหุ้มร่างกายโดยไม่กระเซ็นออกด้านข้างของ WARM SPA ช่วยให้ทุกคนในครอบครัวได้รับความสะอาด และผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง


หน้า: [1]