ข้อมูลส่วนตัว

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2
1
มือถือ Xiaomi เสียวหมี่ Xiaomi 14 (12GB/512GB)
29,990 บาท 

เสียวหมี่ Xiaomi 14 (12GB/512GB)
Xiaomi 14 อัปเกรดขึ้นแบบก้าวกระโดด ขนาดหน้าจอกำลังดีที่ 6.36 นิ้ว ในดีไซน์ขอบจอบางพิเศษ เลนส์ออปติคอล Summilux จาก Leica มีรูรับแสงขนาดใหญ่ ภาพถ่ายจึงดูใสขึ้น สว่างขึ้น และชัดยิ่งขึ้น เซ็นเซอร์ Light Fusion 900 ที่ปรับมาอย่างดีเพื่อให้ช่วงไดนามิกสูง 13.5EV แพลตฟอร์มมือถือ Snapdragon® 8 Gen 3 มาพร้อมประสิทธิภาพด้านพลังงานระดับแนวหน้า

รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น                  เสียวหมี่ Xiaomi 14 (12GB/512GB)
   ราคากลาง               29,990 บาท
   จำนวนซิม                2 ซิม (Nano Sim)
   แบบดีไซน์                จอสัมผัส
   สี                          White, Black, Green(Jade Green)
   ความถี่-เครือข่าย
2G(GSM: B2/3/5/8)
3G(UMTS: B1/2/4/5/6/8/19)
4G(LTE TDD: B38/39/40/41/42/48 LTE FDD: B1/2/3/4/5/7/8/12/13/17/18/19/20/25/26/28/32/66)
5G(n1/2/3/5/7/8/20/25/28/38/40/41/48/66/75/77/78)

   ขนาด-น้ำหนัก                       ยาว 152.8 x กว้าง 71.5 x หนา 8.2 มม., น้ำหนัก 193 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน (ROM)       512 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด         -
   แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ           ความจุแบตเตอรี่ 4,610 mAh

จอแสดงผล
   ชนิดจอ                  จอสัมผัส (AMOLED)
   ความละเอียด           6.36 นิ้ว, 460 ppi, 1,200 x 2,670 px
   รายละเอียดอื่น
LTPO, AdaptiveSync Pro
อัตรารีเฟรช: ไดนามิกตั้งแต่ 1-120Hz
ความไวตอบสนองการสัมผัส: สูงสุด 240Hz
*ความไวตอบสนองการสัมผัสอาจแตกต่างกันออกไปตามเนื้อหาบนหน้าจอ
ประเภทวัสดุ OLED: แผงจอ C8 ที่ปรับโดย Xiaomi
ความสว่าง: HBM 1000 nits (typ), ความสว่างสูงสุด 3000 nits
จอแสดงผล HDR ระดับโปร
Dolby Vision®
HDR10+
6.8 หมื่นล้านสี
ช่วงสี: DCI-P3
หน้าจอ TrueColor
สีสันที่ปรับอัตโนมัติ
สีดั้งเดิม PRO
โหมดอ่านหนังสือ
การหรี่ไฟ DC
ได้รับการรับรองแสงสีฟ้าต่ำจาก TÜV Rheinland (ฮาร์ดแวร์โซลูชัน)
ได้รับการรับรองความไร้ซึ่งแสงกะพริบจาก TÜV Rheinland
ได้รับการรับรอง Circadian Friendly จาก TÜV Rheinland

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                    กล้องหลัง (50 Mpx), กล้องหน้า (32 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                                 -

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)               Snapdragon 8 Gen 3
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)        Qualcomm Adreno GPU
   หน่วยความจำ (RAM)                  12.0 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก                   USB(Type-C), Bluetooth, NFC, Wi-Fi
   ระบบรับส่งข้อความ                         -
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต                 3G, WiFi, 4G, 5G

2
จัดฟันบางนา: อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หลังจากการฝังรากฟันเทียม !

การรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นการรักษาเพื่อการทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ซึ่งการที่เราจะใช้งานฟันเทียมที่เราได้ทำการติดตั้งนั้น ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว หรือใช้เวลาในการทำให้รากฟันเทียมและกระดูกที่รองรับฟันประสานกันให้ดีเสียก่อน อาหารการกินจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก หากเรารับประทานอาหารตามใจปาก และต้องใช้แรงในการบดเคี้ยวมาก ก็อาจจะส่งผลต่อรากฟันเทียมที่เพิ่งทำการฝังมาก็ได้

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหลังจากที่เราได้ทำการรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียมแล้ว นั่นก็คือ อาหารที่แข็งและเหนียว ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด เพราะจะทำให้รากฟันเทียมที่ติดตั้งอยู่ภายในช่องปากของเราเกิดมีปัญหาได้ อาจจะหลุดออกมา ซึ่งต้องใช้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากพอสมควร และนอกจากนี้รวมไปถึงอาหารที่ร้อนจัดและเย็นจัด ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบหรือทำให้แผลหายช้า หรืออาจจะส่งผลอื่นๆตามมาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาและการรับประทานอาหารนั้น ถือเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษเพราะจะส่งผลกระทบโดยตรง

และอาหารควรรับประทานหลังจากที่ทำการรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ก็คืออาหารเหลว เพื่อไม่ให้เกิดการบดเคี้ยวที่รุนแรงและหลีกเลี่ยงให้เศษอาหารเข้าไปตกค้างในบาดแผลที่ได้ทำการผ่าตัด เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบขึ้นมาได้ และหลังจากนั้นก็ยังต้องรับประทานอาหารอ่อนก่อน แต่ก็ห้ามรับประทานอาหารที่ร้อนจัด หรือเย็นจัด เพราะจะทำให้แผลหายช้า และเกิดการอักเสบได้ ควรเลือกรับประทานอาหารที่จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อช่องปากขณะการรักษาผ่าตัดใังรากฟันเทียมอย่างน้อย 1 เดือน

3
motor show 2025: NETA โชว์ยนตรกรรม Sport Coupé กับรุ่นเด่น NETA GT Speedster พร้อมโปรโมชันพิเศษ

บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า NETA ยกขบวนรถยนต์ไฟฟ้า 100% นำโดยรถสปอร์ต คูเป้ไฟฟ้าล้วน NETA GT Speedster พลัง Dual Motor กำลังสูงสุด 462 แรงม้า 620 นิวตันเมตร 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที แบตฯ 78 kWh มาโชว์ตัวจริงพร้อมกับ NETA GT สปอร์ตคูเป้โดดเด่นเรื่องสมรรถนะ NETA Kid รถไฟฟ้าสำหรับเด็ก และ NETA X รถ SUV ไฟฟ้าล้วนเตรียมจำหน่ายในไทยเร็ว ๆ นี้ ภายในงาน Motor Expo 2023

 NETA GT Speedster (เนต้า จีที สปีดสเตอร์) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง รถต้นแบบสไตล์ roadster เปิดประทุน 4 ที่นั่ง หนึ่งเดียวในไทยที่ผสานนวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์เข้ากับศิลป์แห่งการดีไซน์ได้อย่างลงตัว ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม ภายในเน้นโทนสีส้มและใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกันกับใน NETA GT

 โดดเด่นด้วยสมรรถนะในการขับขี่ด้วยอัตราเร่ง 0-100 ภายใน 3.7 วินาที ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 660 กม. ต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน CLTC) มาพร้อมการออกแบบภายในห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ต หลังคาแบบพาโนรามา หน้าจอกลางขนาดใหญ่ 17.6 นิ้ว สำหรับควบคุมและสั่งการระบบปฏิบัติการในรถ ประสานระบบประมวลผลอัจฉริยะ Qualcomm Snapdragon 8155 และมอบพลังการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงที่ให้ความปลอดภัยและมั่นใจในการขับขี่ไปอีกระดับด้วย NETA PILOT 2.5 ที่มาพร้อมระบบประมวลผล JourneyTM 3 นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงรถต้นแบบ NETA GT Speedster รถต้นแบบสไตล์ roadster เปิดประทุน 4 ที่นั่ง ที่ผสานนวัตกรรมทางวิศวกรรมศาสตร์เข้ากับศิลป์แห่งการดีไซน์ได้อย่างลงตัว

 นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% จาก NETA
NETA ประสบความสำเร็จจากรถยนต์รุ่น NETA V เพิ่มความมั่นใจและต่อยอดความสำเร็จด้วยการจัดแสดงรถยนต์อีกหลายรุ่น เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของแบนรด์ NETA ที่ไม่ใช่มีเพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดอัดแน่นเทคโนโลยีเท่านั้น แต่รถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมอัจฉริยะในเครือยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะในงานนี้ได้ขนกันมาโชว์ตัวจริงให้ผู้สนใจแวะไปสัมผัสคันจริง

 NETA V รถไฟฟ้าที่อัดเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเต็มคัน
  NETA V (เนต้า วี) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car ซึ่งปัจจุบันได้ส่งมอบให้ลูกค้าในประเทศไทยแล้วกว่า 10,000 คัน และมียอดจดทะเบียนสูงเป็นอันดับสอง ครองส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 20% ในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศ

 NETA V มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยหน้าจอ Infotainment ระบบสัมผัส ขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ กุญแจแบบสมาร์ตคีย์พร้อมระบบ Ride & Go ให้รถพร้อมสำหรับการขับขี่ทันทีที่เปิดประตูรถ มีสมรรถนะเพียงพอต่อการใช้งานด้วยมอเตอร์ขนาด 95 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion Battery ขนาด 40.7 kWh ให้ระยะทางในการขับขี่ 384 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (*จากการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC)

 นอกจากนี้ ยังผ่านการทดสอบตามมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 พร้อมด้วยระบบจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ HEPT 3.0 และระบบระบายความร้อนแบบ LIQUID COOLING SYSTEM รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC Normal Charge จาก 0-100% ในระยะเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง และการชาร์จกระแสตรง DC Quick Charge จาก 30-80% ในระยะเวลาประมาณ 30 นาที

 NETA GT รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตแบบ 2 ประตู
 NETA GT (เนต้า จีที) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่มี 2 รุ่น คือ NETA GT 580 AWD Dual Motor (สีแดง) พลัง 462 แรงม้า 620 นิวตันเมตร 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที แบตฯ 78 kWh เบรกสีแดงแบบ 4 pot ล้อ 19 นิ้ว ยาง Michelin Pilot sport4 กล้องรอบคัน 11 ตัว ADAS หน้ากล้องคู่ ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 660 กม. ต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน CLTC) มาพร้อมการออกแบบภายในห้องโดยสาร เน้นความสะดวกสบายขั้นสุด ด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ต หลังคาแบบพาโนรามา

  หน้าจอกลางขนาดใหญ่ 17.6 นิ้ว สำหรับควบคุมและสั่งการระบบปฏิบัติการในรถ ประสานระบบประมวลผลอัจฉริยะ Qualcomm Snapdragon 8155 และมอบพลังการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง ที่ให้ความปลอดภัยและมั่นใจในการขับขี่ไปอีกระดับด้วย NETA PILOT 2.5 มาพร้อมระบบประมวลผล JourneyTM 3 และ NETA GT LONGRANGE (สีฟ้า) Single motor RWD พลัง 321 แรงม้า 320 นิวตันเมตร 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที แบตฯ 74.49 kWh ล้อ 19 นิ้ว ยาง Dunlop Sport MAXX

  NETA X ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า 100% โชว์ตัวก่อนเปิดขายจริงปีหน้า
 รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ Crossover SUV ที่มีความทันสมัยและรูปลักษณ์ทรงสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

  สำหรับ NETA X (เนต้า เอ็กซ์) ที่นำมาโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2023 จะเป็นรุ่นที่จัดจำหน่ายในประเทศจีน โดยจะมาพร้อมกับดีไซน์ไฟหน้า LED แบบเรียวยาว แยกซ้ายขวา แตกต่างจาก NETA U รุ่นก่อนนี้ที่เคยเห็นในต่างประเทศ ไฟท้าย LED เป็นเส้นคาดยาวโดดเด่น ที่เสา C สลับสีดำตัดกับสรตัวรถ มาพร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว มีมิติตัวรถยาว 4,619 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,628 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,770 มม. ซึ่งคันจริงดูใหญ่โตไม่น้อยเลย

 ขุมพลัง (ไม่เป็นทางการ) มอเตอร์ไฟฟ้าจาก Ningbo Physis Technology ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อคู่หน้าทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แบบ LFP จาก EVE Power ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 150 กม./ชม. และแบตเตอรี่จะเป็นแบบลิเธียมไอออน LFP ที่มีขนาดความจุ 68 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกล 401 / 501 กม.

 ภายในมี 2 โทนสี คือ โทนสีดำ และสีน้ำตาล มาตรวัดคนขับ LCD ขนาด 8.9 นิ้ว ที่บางเพียง 6.7 มม. พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape ท้ายตัด จอกลางแบบสัมผัสที่มีขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU ของตัวรถ ที่ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8155 เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า เบาะหลังกว้างขวางและสามารถเพิ่มพื้นที่ด้านหลังที่ความยาว 927 มม. ส่วนพื้นที่ด้านหน้ามีความยาว 838 มม. ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 508 ลิตร แต่เมื่อพับเบาะด้านหลังลงจะเพิ่มความจุมากถึง 1,388 ลิตร

 NETA X มีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีขาว, สีเทา, สีน้ำตาล, สีฟ้า และสีดำ
 NETA Kid (เนต้า คิด) รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ถอดแบบมาจาก NETA S มีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 3 – 8 ขวบ และน้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม โดยเปิดรับจองในงานและพร้อมส่งมอบทันที

หมายเหตุ
ประกันภัยชั้นหนึ่ง และพ.ร.บ. ระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 16,810.77 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) (เฉพาะเบี้ยประกันบุคคลธรรมดาเท่านั้น)
NETA WALLBOX พร้อมค่าติดตั้ง จำนวน 1 ชุด มูลค่า 39,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ติดตั้งฟิล์มกรองแสง รอบคันและกระจกบานหน้ามูลค่า 5,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
กรอบป้ายทะเบียนมูลค่า 500 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ชุดพรมปูพื้นมูลค่า 1,500 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
เงื่อนไขการรับประกันรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รายละเอียดตามที่ระบุในคู่มือรับประกันและบำรุงรักษารถยนต์ NETA V

เงื่อนไขการรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รายละเอียดตามที่ระบุในคู่มือรับประกันและบำรุงรักษารถยนต์ NETA V
เงื่อนไขค่าแรงและค่าอะไหล่รถยนต์เมื่อเช็กระยะ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รายละเอียดตามที่ระบุในคู่มือรับประกันและบำรุงรักษารถยนต์ NETA V
เงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% (ผ่อนชำระแบบต้นงวด) ที่อัตราการดาวน์ที่ 25% และระยะเวลาผ่อนชำระที่ 48 เดือนเท่านั้น ตามเงื่อนไขของธนาคารที่ร่วมรายการ (ลีสซิ่งไอซีบีซี (ไทย) จำกัด, บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เท่านั้น) เงื่อนไขเป็นไปตามธนาคารกำหนดและภายใต้การกำหนดของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
ส่วนลดเงินสด มูลค่า 50,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
AERO KIT จำนวน 1 ชุด (ประกอบไปด้วย กันชนหน้า, กันชนหลัง, สเกิร์ตข้างซ้าย, สเกิร์ตข้างขวา และ สปอยเลอร์ฝาท้าย) มูลค่า 15,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยจะติดตั้งชุดแต่ง AERO KIT ให้กับลูกค้าหลังจากจดทะเบียนรถยนต์และจัดส่งเอกสารมายังบริษัทฯ

4
วัดป่าทรงธรรมบ้านถ่อนในจังหวัดหนองคายเชิญชวนใส่ชุดขาว เข้าใจหลักธรรมปฏิบัติตามคำสอนอริยสัจสี่ สวดมนต์ นั่งสมาธิ

วัดป่าทรงธรรมบ้านถ่อนเป็นวัดที่สวยงามและมีชื่อเสียงในจังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านถ่อน อำเภอท่าบ่อ วัดนี้เป็นวัดป่าที่ได้รับการอนุญาตจากกรมการศาสนาในปี พ.ศ. 2525 และมีพระภิกษุสงฆ์อยู่ประมาณ 20 รูปเหมาะใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดป่าทรงธรรมตั้งอยู่ในจังหวัดหนองคายเป็นวัดที่เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม

วัดแห่งนี้มีความเงียบสงบและพระสงฆ์ที่เลื่อมใสในพระสงฆ์จำนวนมาก จึงทำให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถสัมผัสคำสอนของพระพุทธศาสนาได้อย่างลึกซึ้ง วัดป่าทรงธรรมไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่พักผ่อนทางจิตวิญญาณที่ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันได้ บริเวณวัดมีต้นไม้เขียวขจีและน้ำตกอันเงียบสงบ สร้างบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการไตร่ตรองและทำสมาธิ ผู้เยี่ยมชมสามารถสำรวจเส้นทางอันเงียบสงบของวัด ซึ่งเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทบทวนตนเองและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

กิจกรรมและคำสอนธรรมะ
ที่วัดป่าทรงธรรม พระสงฆ์จะเทศนาธรรม นั่งสมาธิ และสวดมนต์เป็นประจำ กิจกรรมเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมฝึกสติและเข้าใจหลักธรรมของพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น คำสอนมักเน้นที่อริยสัจสี่ มรรคมีองค์ 8 และความสำคัญของความเมตตากรุณาและการมีสติในชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มฝึกสมาธิ พระสงฆ์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ เช่น การทำสมาธิแบบกำหนดลมหายใจและการทำสมาธิเมตตา ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ฝึกหัดที่มากประสบการณ์หรือเพิ่งเริ่มต้นฝึก ชุมชนที่คอยสนับสนุนที่วัดป่าทรงธรรมจะส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและอบอุ่น

สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
นอกจากการปฏิบัติธรรมแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนวัดป่าทรงธรรมยังสามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมอันหลากหลายของจังหวัดหนองคายได้อีกด้วย ภูมิภาคนี้ขึ้นชื่อในเรื่องเทศกาลที่มีชีวิตชีวา อาหารไทยแบบดั้งเดิมและการต้อนรับที่อบอุ่น หลังจากใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำสมาธิและเรียนรู้ คุณสามารถสำรวจตลาดท้องถิ่น ชิมอาหารจานอร่อยและพูดคุยกับคนในท้องถิ่นที่เป็นมิตร

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
วัดป่าทรงธรรมมีที่พักแบบเรียบง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืน การพักที่วัดจะทำให้ได้ประสบการณ์ที่เต็มอิ่มยิ่งขึ้น เนื่องจากคุณสามารถเข้าร่วมสวดมนต์และทำสมาธิในตอนเช้าได้ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นแบบพื้นฐานแต่สะดวกสบาย เป็นสถานที่พักผ่อนที่เงียบสงบสำหรับการไตร่ตรองและเรียนรู้

การไปเยี่ยมชมวัดป่าทรงธรรมในจังหวัดหนองคายเป็นโอกาสพิเศษในการปฏิบัติธรรมในบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่ว่าคุณจะแสวงหาการเติบโตทางจิตวิญญาณ การมีสติ หรือความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้เป็นพื้นที่ต้อนรับที่พร้อมให้คุณสำรวจการเดินทางของคุณ ดังนั้น ให้ใช้เวลาสักครู่เพื่อหยุดพัก หายใจ และเชื่อมโยงกับคำสอนของพระพุทธเจ้าท่ามกลางความงามอันเงียบสงบของวัดป่าทรงธรรม

5
ซ่อมบำรุงอาคาร: วิธีปรับแอร์ให้เย็น ให้บ้านเย็นสบาย แถมช่วยประหยัดค่าไฟ

แอร์ไม่เย็น ปรับยังไง ? มาทำความรู้จักโหมดและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของแอร์ ไว้ปรับให้เหมาะกับอากาศ ก็ช่วยให้แอร์เย็นสบายแถมช่วยลดค่าไฟได้แล้ว


วิธีปรับแอร์ให้เย็นทั่วห้อง

เคยสงสัยกันมั้ยคะว่าทำไมบางครั้งเปิดแอร์แล้วบ้านยังไม่เย็นซะที วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับโหมดต่าง ๆ ของแอร์ พร้อมการเลือกโหมดแอร์ให้เหมาะกับสภาพอากาศ วิธีปรับแอร์ให้เย็นแบบง่าย ๆ และประหยัดค่าไฟในตัว


วิธีปรับแอร์ให้เย็น ทำไงดี

รีโมตแอร์มีหลายโหมดให้เลือกใช้ ถ้าหากเราเข้าใจความหมายของแต่ละโหมดจะช่วยให้ตั้งค่าแอร์ได้ตรงตามความต้องการ

โหมด Auto
โหมด Auto หรือ โหมดอัตโนมัติ แอร์จะปรับโหมดหรือการตั้งค่าต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิและพัดลม ตามการประมวลผลของเซ็นเซอร์ให้เอง เพื่อให้ได้ความเย็นที่เหมาะสมมากที่สุด

โหมด Cool
โหมดทำความเย็น แอร์จะทำงานตามอุณหภูมิที่เราตั้งบนรีโมตแอร์ โดยแอร์จะค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลงมาจนถึงค่าที่ตั้งเอาไว้ จากนั้นคอมเพรสเซอร์จะหยุดการทำงาน แต่พัดลมยังทำงานต่อไป เหมาะกับช่วงกลางวันหรืออากาศร้อน แต่มีข้อเสียคือค่อนข้างกินไฟมาก

โหมด Fan
โหมดพัดลม แอร์จะทำงานเฉพาะในส่วนของพัดลม เพื่อทำให้ลมในห้องมีการหมุนเวียน แต่จะไม่มีลมเย็นออกมา โดยจะช่วยลดการเกิดกลิ่นอับและลดความชื้นสะสม

โหมด Dry
โหมดแห้ง หรือ โหมดควบคุมความชื้น ทำงานคล้ายกับโหมด Cool โดยการปล่อยความเย็นออกมา พร้อมกับช่วยลดความชื้นในอากาศ เหมาะสำหรับใช้ช่วงหน้าฝน

โหมด Econo
โหมดประหยัดพลังงาน แอร์จะทำงานโดยการลดความเย็นลง แต่จะเร่งการทำงานของพัดลมมากขึ้น เพื่อช่วยให้อากาศในห้องเย็นสบาย แต่ใช้พลังงงานน้อยลง

โหมด Sleep
โหมดพลังงานต่ำ แอร์จะเพิ่มอุณหภูมิขึ้นโดยอัตโนมัติ ประมาณ 1 องศาเซลเซียส จากอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ซึ่งช่วยทำให้นอนหลับสบายตลอดคืน ไม่หนาวจนเกินไป และช่วยประหยัดไฟขณะนอนหลับด้วย
หน้าร้อนเปิดแอร์โหมดไหนดี

วิธีปรับแอร์ให้เย็น หน้าร้อน

โหมดแอร์ที่เหมาะกับหน้าร้อนคือ โหมด Cool แอร์จะทำงานตามที่ตั้งอุณหภูมิไว้เท่านั้น จะไม่เปลี่ยนเป็นอุณหภูมิอื่น โดยเป็นการทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงไปแบบช้า ๆ จนกว่าจะถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ไม่แนะนำให้ใช้ระบบอัตโนมัติ เพราะถ้าห้องมีการใช้งานคนเดียวหรือจำนวนคนน้อยอาจจะทำให้เปลืองไฟพอสมควร

รวมทั้งอาจใช้โหมด Dry หรือ โหมดแห้ง หลังฝนตกหรือช่วยขจัดความชื้น ทำให้อากาศภายในห้องมีการหมุนเวียน หรือโหมดพัดลม ช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ โดยเปิดในเวลากลางคืนเมื่ออากาศไม่หนาวหรือร้อนเกินไป แต่จำเป็นต้องมีการหมุนเวียนของอากาศ


วิธีปรับแอร์ให้เย็น ปรับยังไง

ตรวจสอบโหมดพัดลม

โหมดพัดลมมีความแรง 3 รูปแบบ ได้แก่ สูง กลาง และต่ำ โดยความแรงสูงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการระบายความร้อนในช่วงอากาศอุ่นปกติ แต่ถ้าอากาศมีความชื้นมากควรเปิดพัดลมความแรงต่ำ เนื่องจากช่วยลดความชื้นในอากาศได้ดี และทำความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ปรับทิศทางช่องลม
โดยปรับช่องลมไปตรงกลางห้อง ซึ่งช่วยส่งลมเย็นออกไปได้ทั่วห้อง หากช่องระบายอากาศมีการตั้งค่าแบบสวิงไปทั่วห้อง ไม่ควรมีผ้าม่านหรือโซฟามากั้นทางเดินของลมแอร์

ใช้โหมดประหยัดพลังงาน
ควรตั้งค่าแอร์ในโหมดประหยัดพลังงาน นอกจากจะช่วยให้ห้องมีความเย็นแล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายขึ้นด้วย

ล้างแผ่นกรองอากาศ
หากแผ่นกรองอากาศมีฝุ่นหรือสกปรก แอร์จะระบายความร้อนออกมาได้น้อยลง และมีการสึกหรอเพิ่มขึ้น ดังนั้น ควรทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์เดือนละครั้งหรือก่อนเข้าสู่หน้าร้อน

ตั้งเวลาเปิด-ปิดแอร์
การตั้งเวลาเปิดแอร์ก่อนกลับเข้าบ้านในตอนเย็นจะช่วยให้คลายร้อนจากนอกบ้านได้ โดยอาจตั้งเวลาเปิดล่วงหน้าก่อนกลับบ้าน รวมทั้งถ้าที่บ้านเลี้ยงสัตว์อาจใช้การตั้งค่าโหมดพัดลมเพื่อประหยัดเงิน และอาจตั้งเวลาให้ปิดแอร์ก่อนตื่นนอนด้วย

6
เครื่องมือกันฟันล้ม กับ การเข้ารับการจัดฟันเด็ก แบบไหนดีกว่ากัน

 สุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะดูแลเอาใจใส่ หรือถ้าหากเด็กมีปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน พ่อแม่ก็ควรที่จะพาเด็กเข้ารับการรักษาทันที เพราะถ้าหากปล่อยไว้นานๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาลุกลาม จนถึงขั้นสูญเสียฟันไปได้ และการที่เด็กสูญเสียฟันไป อาจจะทำให้เกิดปัญหาฟันอื่นๆได้เช่น การฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง ฟันล้ม ซึ่งปัญหาการฟันห่าง ฟันล้มนั้น

สามารถแก้ไขได้ด้วยการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก และอีกวิธีหนึ่งก็คือ การสวมใส่เครื่องมือกันฟันล้ม ซึ่งก็สามารถแก้ไขปัญหาฟันล้มได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้ทางคลินิก ของเราจะมาพูดถึงเครื่องมือกันฟันล้มและการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะทั้งสองอย่างนี้ สามารถแก้ไขปัญหาฟันในเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนอื่นเราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็กก่อนซึ่งต้องบอกว่า การจัดฟันในเด็ก หลายคนอาจจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า  การจัดฟันในเด็กนั้น สามารถแก้ไขปัญหาฟันได้แทบทุกกรณี และช่วยส่งเสริมในเรื่องของหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยปรับตำแหน่งโครงสร้างของใบหน้า หรือช่วยในเรื่องของรูปร่างฟัน
และสามารถแก้ไขปัญหาฟันในเด็กได้ตั้งแต่อาบุ 4-15 ปี ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับช่วงอายุและปัญหาของแต่ละคน ที่ทันตแพทย์จะพิจารณาว่าจะเข้ารับการจัดฟันในรูปแบบใด ซึ่งการจัดฟันในเด็กนั้น ก็ถือว่าได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

 สำหรับเครื่องมือการฟันล้ม ซึ่งเครื่องมือกันฟันล้มสำหรับเด็กมี 2 ประเภทนั่นก็คือ แบบถอดได้ เครื่องมือคงสภาพชนิดที่สามารถใส่และถอดมาทำความสะอาดได้เอง และอีกแบบหนึ่งก็คือ เครื่องมือกันฟันล้มแบบติดแน่น เครื่องมือคงสภาพชนิดติดแน่นซึ่งไม่สามารถถอดเครื่องมือออกเองได้ โดยเครื่องมือกันฟันล้มนั้น
สามารถช่วยรักษาช่องว่าง ช่วยให้ฟันแท้ขึ้นได้และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ป้องกันปัญหาฟันเกหรือฟันขึ้นผิดที่ได้ แต่ถ้าหากเด็กมีปัญหาและไม่ใส่เครื่องมือกันฟันล้ม ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น จะทำให้ฟันล้มเอียงมาทางช่องว่างนั้น ทำให้ฟันแท้ขึ้นผิดตำแหน่ง ทำให้เกิดปัญหาฟันซ้อนเกทำให้สูญเสียความสวยงาม

รวมไปถึงอาจจะเกิดกระดูกเบ้าฟันหนาตัว มีผลให้ฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ขึ้นช้ากว่าปกติ สำหรับลักษณะของเครื่องมือกันฟันล้ม เป็นวงแหวนสีเงินสวมลงบนฟัน และมีลวดเล็กๆดัดโค้งมาแตะฟันซี่ด้านหน้าเพื่อค้ำยันไว้ไม่ให้ฟันขยับเข้าหากัน อาจเป็นเพียงชิ้นเล็กๆหรือเป็นแบบสองข้างซ้ายขวา ขึ้นกับจำนวนและตำแหน่งฟันน้ำนมที่ถูกถอนไป

แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งเครื่องมือกันฟันล้มและการจัดฟันในเด็ก ถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน เราก็จะต้องมาดูในเรื่องของปัญหาของแต่ะคนก่อน เพราะทั้งสองแบบก็มีข้อดีที่แตกต่างกัน แต่ถ้าหากเรื่องของแก้ไขปัญหาในเรื่องของฟันในเด็กโดยตรงควรพาเด็กเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้หลากหลายกรณี และสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาวด้วย

อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด อยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กหรือสวมใส่เครื่องมือกันฟันล้ม ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทันตกรรมในเด็ก มีประสบการณ์ด้านการจัดฟันในเด็กมาอย่างยาวนาน

จึงสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น การที่เด็กมีสุขภาพฟันที่ดีนั้น จะสามารถช่วยส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาการของเด็กได้ด้วย และจะทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่และมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เพราะเราอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กให้มากเป็นพิเศษ เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เพื่อที่จะได้มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น

7
การหารายได้เสริม อาชีพเสริม จากการขายอาหารสตรีทฟู้ด ใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก

การขายอาหารสตรีทฟู้ดเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้เสริมที่น่าสนใจ ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงมาก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และรสชาติที่อร่อยถูกปาก ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับและแนวทางในการสร้างรายได้เสริมจากอาหารสตรีทฟู้ด:

1. เลือกเมนูที่ใช่:

เมนูยอดนิยม:
ศึกษาเมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมในพื้นที่ของคุณ เช่น หมูปิ้ง ไก่ย่าง ลูกชิ้นทอด หรือข้าวเหนียวหมูทอด
เลือกเมนูที่คุณถนัดและมีความเชี่ยวชาญ

เมนูสร้างสรรค์:
คิดค้นเมนูสตรีทฟู้ดที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง
ผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบที่แตกต่าง เพื่อสร้างความน่าสนใจ
เช่น ข้าวเหนียวหมูย่างสมุนไพร หรือลูกชิ้นทอดราดซอสสูตรพิเศษ


2. วัตถุดิบคุณภาพ รสชาติโดนใจ:

วัตถุดิบสดใหม่:
เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีและสดใหม่
จะช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยและถูกปากลูกค้า

สูตรลับเฉพาะ:
ปรับปรุงสูตรอาหารให้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
สร้างความแตกต่างจากร้านสตรีทฟู้ดอื่นๆ

ความสะอาด:
รักษาความสะอาดของวัตถุดิบ อุปกรณ์ และสถานที่ทำอาหาร
สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า


3. ทำเลทอง:

แหล่งชุมชน:
เลือกทำเลที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ตลาดนัด ถนนคนเดิน หรือหน้าโรงเรียน
จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย

งานอีเว้นท์:
เข้าร่วมงานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย
เช่น งานเทศกาลอาหาร หรือคอนเสิร์ต

เดลิเวอรี่:
ขายอาหารผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย
และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น


4. การตลาดออนไลน์:

โซเชียลมีเดีย:
สร้างเพจหรือบัญชีบนโซเชียลมีเดีย เพื่อโปรโมทร้านค้า
ใช้รูปภาพและวิดีโอที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดลูกค้า

รีวิวและคะแนน:
ให้ความสำคัญกับรีวิวและคะแนนจากลูกค้า
ตอบคำถามและแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็ว


5. บริการประทับใจ:

ยิ้มแย้มแจ่มใส:
สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเป็นมิตร
จะช่วยให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาซื้ออีก

ใส่ใจลูกค้า:
รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า
ปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า


เคล็ดลับเพิ่มเติม:

สร้างเรื่องราว: เล่าเรื่องราวของร้านค้าของคุณ เพื่อสร้างความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า
สร้างความแตกต่าง: สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการที่ไม่เหมือนใคร
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำ


ตัวอย่างเมนูสตรีทฟู้ดที่น่าสนใจ:

หม่าล่าปิ้งย่าง
ลูกชิ้นทอด/ยำลูกชิ้น
ไก่ทอด/ไก่ป๊อป
ข้าวเหนียวหมูทอด/หมูย่าง
ขนมปังปิ้ง/ขนมปังเย็น
น้ำผลไม้ปั่น/ชาเย็น
ยำขนมจีน
ห่อหมก
กุยช่ายทอด
ข้าวต้มมัด
ขนมไข่เต่า

การเริ่มต้นธุรกิจสตรีทฟู้ดอาจต้องใช้ความอดทนและการปรับตัว แต่ด้วยการวางแผนที่ดีและใส่ใจในคุณภาพ คุณก็สามารถสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงได้

8
motor expo 2025: The All-New Audi A5 Plug-in Hybrid แรงสุด 367 แรงม้า มี 2 ทางเลือก Tech Plus และ Tech Pro ทั้งแบบ Avant และ Sportback เปิดราคาเริ่มต้น 3.299 ล้านบาท

อาวดี้ ประเทศไทย รุกเดินหน้าตามกลยุทธ์ใหม่ของ AUDI AG ยกระดับคุณภาพพรีเมียมในยนตรกรรมทุกเซกเมนต์ ด้วยสมรรถนะที่เหนือระดับ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่แห่งความล้ำสมัย เทคโนโลยี และคุณภาพรถนำเข้าทุกคันมาตรฐานเยอรมัน พร้อมเขย่าตลาดด้วยการเปิดตัว The all-new Audi A5 ที่มากับเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ครั้งแรกในโลก

The all-new Audi A5 คือก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ใหม่ทุกตารางนิ้ว และยังคงถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบไว้ในทั้งสองรูปทรง Avant และ Sportback โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก New Design Language มอบรูปลักษณ์ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ขนาดของตัวรถที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น และมีความยาวเทียบเท่าขนาดของ Audi A6 ภายในห้องโดยสารอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานสูงสุด พร้อมเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ใหม่ล่าสุด ผสานเข้ากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ของ Audi ที่มีในทุกรุ่น มอบสมรรถนะและการขับขี่ที่เหนือระดับ

The all-new Audi A5 Avant
ครั้งแรกในประเทศไทยกับ The all-new Audi A5 ที่ได้นำความเป็นเอกลักษณ์ของทรง Avant ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกมาสู่ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์และสมรรถนะการขับขี่ จนเกิดเป็น A5 Avant TFSI e quattro  ด้วยทรงรถที่มีความสปอร์ตและอเนกประสงค์ทำให้มีพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 1,424 ลิตร

The all-new Audi A5 Sportback
การออกแบบที่นำ DNA ของรถสปอร์ตคูเป้ถ่ายทอดมาสู่รูปทรง Sportback รูปลักษณ์ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยว 4 ประตู ขนาดตัวรถที่กว้างและยาวขึ้น ทำให้ Audi A5 Sportback TFSI e quattro เป็นยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบในด้านดีไซน์ สะท้อนถึงความสปอร์ตในทุกมิติ

The all-new Audi A5 มีสีให้เลือกทั้งหมด 5 สี
Horizon blue, metallic (สีใหม่ ครั้งแรกใน The all-new Audi A5)
Daytona grey, pearl effect (สีพิเศษ เพิ่มเติมจากราคามาตรฐาน 50,000 บาท ซึ่งราคาข้างต้นได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
Glacier white, metallic
Mythos black, metallic
Grenadine red, metallic

ดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่น
The all-new Audi A5 โดดเด่นด้วยชุดแต่งภายนอกแบบ Black Edition และ S line มากับล้อ Audi Sports ลวดลายใหม่ในขนาด 19 นิ้ว สำหรับรุ่น Tech Plus และ ขนาด 20 นิ้ว สุดสปอร์ตสำหรับรุ่น Tech Pro

เสริมความล้ำสมัยไปกับระบบไฟหน้า Matrix LED มาพร้อมกับ Day Time Running Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 รูปแบบ และเอฟเฟกต์ไฟ Light staging หน้า-หลัง อีกทั้งยังมี Audi Digital Rear Lights ไฟท้ายยาวพาดผ่านด้านหลังของตัวรถ

ลงตัวกับโลโก้ Audi rings แบบ 2 มิติ ฝากระโปรงหน้าแบบใหม่ดีไซน์ Spoon cuts ที่ยาวขึ้น ให้ความรู้สึกถึงความสปอร์ตไปอีกขั้น ด้ามจับประตูแบบใหม่ที่จัดวางได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกสปอร์ตและมินิมอล จัดวางอย่างลงตัว เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย Projector LED ไฟสัญลักษณ์รูป Rhombus ที่กระจกมองข้างและประตูหน้าส่องสว่างลงพื้นในขณะที่เปิด-ปิดประตูหรือล็อครถ

ดีไซน์ภายในอันล้ำสมัย
The all-new Audi A5 ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ E3 (อีคิ้วบ์) 1.2 electronics architecture ซึ่งสามารถควบคุมและประมวลผลได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่อัดแน่นของ Audi A5 พร้อมกับการดีไซน์ภายในที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานได้อย่างสะดวกสบายสูงสุด ทำให้ทุกตารางนิ้วของ Audi A5 ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้ในทุกมิติและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ

ล้ำสมัยด้วยหน้าจอแสดงผล Curved MMI Panoramic Display ที่โค้งเข้าหาผู้ขับขี่เพื่อการใช้งานที่ง่ายและสะดวกขึ้น มาพร้อม Audi virtual cockpit plus ขนาด 11.9 นิ้ว และหน้าจอระบบสัมผัส MMI touch display ขนาด 14.5 นิ้ว Smart Door Pannel แผงควบคุมอัจฉริยะที่ประตูข้างคนขับ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของฟังก์ชันสำคัญต่างๆ ในรถให้ควบคุมได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในรุ่น Audi A5 Tech Pro ด้วยหลังคากระจกพาโนรามิค (Panoramic glass roof with switchable transparency) ครั้งแรกใน Audi A5 ที่มาพร้อม UV Sun Screen เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดและรังสียูวี และยังสามารถปรับระดับความโปร่งแสงได้ถึง 6 รูปแบบ

หน้าจอแบบสัมผัส MMI front passenger ขนาด 10.9 นิ้ว ที่ให้ผู้โดยสารด้านหน้าสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวก เพลิดเพลินไปกับระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม จาก Bang & Olufsen ให้เสียงอันทรงพลังด้วยกำลังขับถึง 685 วัตต์ 16 ตำแหน่ง และยังมาพร้อมระบบเสียง 3 มิติ ที่ช่วยให้ได้สุนทรียภาพมากขึ้นในการขับขี่ มอบประสบการณ์ฟังเพลงคุณภาพเสียงระดับสูง สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารสุดพิเศษกับ dynamic interaction light แถบไฟเรืองแสงบนแผงหน้าปัดที่พาดยาวจากฝั่งผู้ขับขี่ถึงฝั่งผู้โดยสาร สามารถแสดงสถานะการชาร์จ และเมื่อเปิดไฟเลี้ยว

ระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยครบที่สุดเท่าที่เคยมีมา
The all-new Audi A5 มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าครบครันที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วแปรผันและรักษาระยะห่างด้านหน้า (Adaptive cruise control with Stop&Go function) ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุแบบด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง (Proactive occupant protection, front side and rear) ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane departure warning) ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตาเมื่อเปลี่ยนเลน (Lane change warning) ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อจะเปิดประตูลงจากรถ (Exit warning) ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง (Rear cross-traffic assist) ระบบแจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านหน้ารถเมื่ออยู่ทางแยก (Front cross traffic assist) แจ้งเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (Front emergency brake assist) ระบบช่วยหักเลี้ยวพวงมาลัยในกรณีฉุกเฉิน (Swerve assist) และระบบช่วยเบรกเมื่อเลี้ยวรถที่ทางแยก (Turn assist) ระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า (Distance warning)

เครื่องยนต์สันดาปสู่ขุมพลัง Plug-in Hybrid
The all-new Audi A5 เปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid เจเนอเรชั่นล่าสุด มอบระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 114 กิโลเมตร (NEDC) / 86 กิโลเมตร (WLTP) ต่อ 1 การชาร์จ และเป็นรุ่นในตระกูล PHEV ของอาวดี้ที่มีระยะทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากที่สุด The all-new Audi A5 ให้พละกำลังสูงถึง 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ให้สมรรถนะเทียบเท่ากับรถในตระกูล S-model เครื่องยนต์เบนซิน Plug-in Hybrid แบบ 4 สูบ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (direct injection), เทอร์โบชาร์จ พร้อมความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ทุกรุ่นและช่วงล่างแบบ S Sport มั่นใจในทุกการขับขี่
 
Premium Platform Combustion (PPC)
ครั้งแรกกับแพลตฟอร์มระดับพรีเมียม (Premium Platform Combustion – PPC) มาตรฐานใหม่ของรถเครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ Plug-in Hybrid เจเนอเรชั่นต่อจากนี้ไป ทำงานร่วมกับระบบ E3 1.2 electronics architecture มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น การชาร์จที่รวดเร็วขึ้น และยังมีประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนภายนอก อีกทั้งการออกแบบที่ทำให้ภายในห้องโดยสารดูโปร่งและสบายขึ้น

The all-new Audi A5 เปิดตัวทั้งหมด 4 รุ่น
•    A5 Sportback TFSI e quattro Tech Plus ราคา 3,299,000 บาท
•    A5 Avant TFSI e quattro Tech Plus ราคา 3,499,000 บาท
•    A5 Sportback TFSI e quattro Tech Pro ราคา 3,899,000 บาท
•    A5 Avant TFSI e quattro Tech Pro ราคา 3,999,000 บาท

9
หมอประจำบ้าน: รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) / หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด หมายถึง การที่มีสิ่งผิดปกติหรือพยาธิสภาพที่รบกวนหรือกดถูกรากประสาทของเส้นประสาทสันหลัง ถ้าเกิดที่ระดับคอ ทำให้มีอาการปวดร้าว เสียว ๆ แปลบ ๆ หรือรู้สึกชาลงมาที่แขนและมือ (ดู "กระดูกคองอกกดรากประสาท")

ถ้าเกิดที่ระดับเอว ทำให้มีการกดถูกรากประสาทไซแอติก (sciatic nerve) มีอาการปวดหลังร่วมกับอาการปวดร้าว เสียว ๆ แปลบ ๆ หรือรู้สึกชาลงมาที่ขา เรียกว่า อาการปวดตามประสาทขาหรือประสาทไซแอติก (sciatica) ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุได้หลายประการ ที่พบบ่อยได้แก่ หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (herniated disk) และ โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ส่วนสาเหตุอื่นที่พบได้ไม่บ่อยนัก เช่น วัณโรคกระดูกสันหลัง เนื้องอกไขสันหลัง มะเร็งที่แพร่กระจายจากที่อื่น อุบัติเหตุ เป็นต้น

ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน และโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ


สาเหตุ

หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน* พบได้ในช่วงอายุ 20-60 ปี แต่พบได้น้อยมากในคนอายุมากกว่า 60 ปี เกิดจากหมอนรองกระดูกที่เสื่อมตามอายุมีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อเส้นใยชั้นเปลือกนอก ปล่อยให้เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนตรงกลางซึ่งมีลักษณะคล้ายวุ้นแตก (rupture) หรือเลื่อน (herniation) ออกมากดทับรากประสาท และเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบ ๆ รากประสาท ทำให้เกิดอาการของโรคนี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่มีประวัติการบาดเจ็บชัดเจน อาจเกิดจากแรงกระทบเพียงเล็กน้อยจากการทำกิจวัตรประจำวัน หรือจากอิริยาบถที่ไม่เหมาะสม ส่วนน้อยเกิดหลังจากได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน เล่นกีฬา อุบัติเหตุ ยกหรือเข็นของหนัก

ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือสูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้มากขึ้น เนื่องจากมีออกซิเจนในเลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกน้อยลง จึงเสื่อมได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือทำอาชีพที่ต้องเข็นหรือยกของหนัก ก็เสี่ยงต่อการเกิดแรงกระทบต่อหมอนรองกระดูกทำให้เกิดโรคนี้ได้มากขึ้น

โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ เริ่มพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป และพบมากในคนอายุมากกว่า 60 ปี ส่วนใหญ่เกิดจากกระดูกสันหลังเสื่อมตามอายุ ทำให้ผิวข้อกระดูกสันหลังมีหินปูนหรือปุ่มงอก (osteophytes) เกาะโดยรอบ และมีการหนาตัวของเอ็นรอบ ๆ โพรงกระดูกสันหลัง (spinal canal) ทำให้มีการตีบแคบของโพรงกระดูกสันหลัง ซึ่งค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย ใช้เวลานานเป็นแรมปีหรือหลายปี จนในที่สุดเกิดการกดทับรากประสาทที่แยกออกจากไขสันหลังผ่านโพรงดังกล่าว และบีบรัดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงรากประสาททำให้เกิดอาการของโรคนี้

*หมอนรองกระดูกสันหลัง (intervertebral disk) เป็นกระดูกอ่อนที่คั่นอยู่ระหว่างข้อต่อของกระดูกสันหลังทุกข้อ ทำหน้าที่ลดแรงกระแทกต่อกระดูกสันหลัง และช่วยให้สันหลังมีความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหว ประกอบด้วยเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนลักษณะคล้ายวุ้นอยู่ตรงกลาง (เรียกว่า nucleus propulsus) โดยมีเนื้อเยื่อเส้นใยห่อหุ้มอยู่ชั้นเปลือกนอก (เรียกว่า annulus fibrosus)

เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณน้ำภายในหมอนรองกระดูกจะลดลง เมื่ออายุมากกว่า 20 ปี หมอนรองกระดูกก็เริ่มเสื่อมมากขึ้นเรื่อย ๆ และเปราะง่ายขึ้น เมื่อมีแรงกระทบต่อหมอนรองกระดูก เนื้อเยื่อเส้นใยชั้นนอกมีโอกาสฉีกขาด ปล่อยให้เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่อยู่ตรงกลางแตกหรือเลื่อนออกมาข้างนอก และอาจกดถูกรากประสาทหรือไขสันหลัง แต่เมื่ออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนจะเริ่มแข็งตัว การไหลเลื่อนออกมาข้างนอกเกิดได้น้อยลง ดังนั้น โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนจึงพบได้น้อยในคนอายุมากกว่า 60 ปี


อาการ

หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน ขึ้นกับตำแหน่งของหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนและเส้นประสาทที่ถูกกด ส่วนใหญ่พบที่หมอนรองกระดูกบริเวณเอว (พบบ่อยในกลุ่มอายุ 35-45 ปี) ส่วนน้อยพบที่บริเวณคอ (พบบ่อยในกลุ่มอายุ 40-50 ปี) อาจมีอาการเกิดขึ้นฉับพลันรุนแรง หรือค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อยก็ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีประวัติเกิดอาการหลังได้รับบาดเจ็บหรือยกของหนัก แต่ส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่ามีเหตุกำเริบจากอะไร

ในรายที่หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อน จะมีอาการปวดตรงกระเบนเหน็บ ซึ่งจะปวดร้าว เสียว ๆ แปลบ ๆ และชาจากบริเวณแก้มก้นลงมาถึงน่องหรือปลายเท้า อาการปวดจะเป็นมากขึ้นเวลามีการเคลื่อนไหว เวลาก้ม นั่ง ไอ จาม หัวเราะ หรือเบ่งถ่าย ในรายที่เป็นมากเท้าจะไม่ค่อยมีแรงและชา อาจถ่ายอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ หรือกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่อยู่

มักพบเป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น นอกจากในรายที่เป็นมากอาจมีอาการทั้ง 2 ข้าง

ในรายที่หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอเคลื่อน จะมีอาการปวดบริเวณต้นคอ ปวดร้าว เสียว ๆ แปลบ ๆ และชาลงมาที่ไหล่ แขน และปลายมือ

มักมีอาการเวลาแหงนคอไปด้านหลัง หรือหันศีรษะไปข้างที่เป็น ถ้าเป็นมากแขนและมืออาจมีอาการอ่อนแรง

โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ในระยะแรก ๆ จะไม่มีอาการแสดง อาจตรวจพบโดยบังเอิญจากการถ่ายภาพรังสีกระดูกสันหลัง ต่อเมื่อโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบมากขึ้นจนกดทับรากประสาท จึงจะมีอาการปวดหลังและร้าวลงมาที่ขาขณะวิ่ง ยืนนาน ๆ หรือเดินไกล ๆ ในรายที่เป็นมากแม้แต่เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็จะรู้สึกปวดน่องจนต้องนั่งพัก หรือหยุดเดินสักครู่ อาการปวดจึงจะทุเลาและสามารถเดินต่อไปได้ แต่ต้องคอยหยุดพักเป็นช่วง ๆ* อาการปวดมักเป็นเพียงข้างเดียว แต่ก็อาจพบเป็นทั้ง 2 ข้าง

อาการปวดมักจะทุเลาเวลานั่งหรือก้มตัวไปข้างหน้า หรือขณะเดินขึ้นเนินหรือที่ลาด (ในท่าโน้มหรือก้มตัวไปข้างหน้า ทำให้โพรงกระดูกสันหลังขยาย ลดการกดรากประสาท แต่ในท่าแอ่นตัวไปข้างหลัง เช่น ยืนแอ่นตัวเดินลงเนินหรือที่ลาดจะทำให้โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบมากขึ้น)

บางรายอาจมีอาการเป็นตะคริวที่ขาตอนกลางคืนร่วมด้วย

ในรายที่เป็นมาก มักมีอาการเสียว ๆ แปลบ ๆ และชาจากแก้มก้นลงมาที่น่องหรือปลายเท้า เท้าอ่อนแรง ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ และอาจมีอาการเดินโคลงเคลง ทรงตัวผิดปกติ 

*อาการปวดขาในลักษณะดังกล่าว คล้ายอาการปวดขาเป็นระยะจากการขาดเลือด (intermittent claudication) ซึ่งพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงขาตีบ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ผู้สูงอายุ ซึ่งมักจะคลำพบชีพจรหลังเท้าเต้นเบากว่าปกติ ส่วนอาการปวดน่องเวลาเดินที่พบในโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดแดงขาตีบ เพียงแต่แสดงอาการคล้ายกัน จึงเรียกว่า "Pseudoclaudication" หรือ "Neurogenic intermittent claudication"


ภาวะแทรกซ้อน

ถ้าปล่อยให้รากประสาทถูกกดรุนแรงอาจทำให้ขาชา เป็นแผลติดเชื้อง่าย กล้ามเนื้อขาลีบ ขาอ่อนแรง เดินลำบาก ถ่ายอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ หรือกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ในรายที่มีการกดรากประสาทขาหรือประสาทไซแอติก สามารถทำการตรวจวินิจฉัยโดย

1. ให้ผู้ป่วยนอนหงาย แล้วจับเท้าข้างที่สงสัยค่อย ๆ ยกขึ้นโดยให้หัวเข่าเหยียดตรง จะพบว่าผู้ป่วยไม่สามารถยกเท้าเหยียดตรงได้ 90 องศาเช่นคนปกติ หรือได้น้อยกว่าเท้าอีกข้างหนึ่ง เพราะรู้สึกปวดเสียวตามหลังเท้าจนทนไม่ได้ วิธีนี้เรียกว่าการทดสอบเหยียดขาตรงตั้งฉาก (straight leg raising test/SLRT)

2. ใช้เข็มจิ้มเบา ๆ ที่หลังเท้าและน่อง ในรายที่เป็นมากจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าอีกข้างหนึ่ง

3. ให้ผู้ป่วยออกแรงเหยียดหัวแม่เท้าขึ้นต้านแรงกดของนิ้วมือผู้ตรวจ ในรายที่เป็นมากจะพบว่ามีแรงอ่อนกว่าหัวแม่เท้าข้างที่ปกติ

4. การตรวจรีเฟล็กซ์ของข้อเข่าและข้อเท้า (tendon reflex) จะพบว่าน้อยกว่าปกติ

ในรายที่มีการกดทับรากประสาทในบริเวณคอ ในระยะแรกอาจตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน ในระยะที่เป็นมากอาจพบกล้ามเนื้อแขนมีอาการชาและอ่อนแรง รีเฟล็กซ์ของข้อศอกและข้อมือน้อยกว่าปกติ

สำหรับโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ในระยะแรกมักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติชัดเจน

ผู้ป่วยส่วนน้อยที่การทดสอบเหยียดขาตรงตั้งฉากพบว่าผิดปกติ

ในรายที่เป็นมากแล้ว ก็อาจตรวจพบอาการชาที่หลังเท้าและน่อง รีเฟล็กซ์ของข้อเข่าและข้อเท้าน้อยกว่าปกติ หัวแม่เท้าอ่อนแรง

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการเอกซเรย์กระดูกสันหลัง ถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ถ้าจำเป็นอาจต้องทำการถ่ายภาพรังสีไขสันหลังโดยการฉีดสารทึบรังสี (myelography)


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้             

ในระยะแรก แพทย์จะให้การรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดก่อน ได้แก่ การให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน, ไดโคลฟีแนก, นาโพรเซน) เป็นหลัก ซึ่งนอกจากช่วยบรรเทาปวดแล้ว ยังลดการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบ ๆ รากประสาท ทำให้อาการทุเลาได้

ในรายที่มีอาการเกิดขึ้นฉับพลันและปวดรุนแรง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยนอนพักในท่านอนหงายบนที่นอนแข็งตลอดเวลา (ลุกเฉพาะกินอาหารและเข้าห้องน้ำ) 1-2 วัน จะช่วยให้อาการทุเลาได้เร็ว ไม่ควรนอนติดต่อนานหลายวัน อาจทำให้กล้ามเนื้อหลังอ่อนแอ

บางรายแพทย์อาจให้การรักษาทางกายภาพบำบัด (เช่น ประคบด้วยความเย็นและความร้อน ใช้น้ำหนักถ่วงดึง) กระตุ้นปลายประสาทด้วยไฟฟ้า (TENS) การฝังเข็ม เป็นต้น

บางรายแพทย์อาจให้ผู้ป่วยใส่ "เสื้อเหล็ก" หรือ "ปลอกคอ"

ในรายที่มีอาการปวดมาก และไม่สามารถบรรเทาด้วยยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์และยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล แพทย์อาจพิจารณาให้ยาแก้ปวดที่แรงขึ้น เช่น โคเดอีน (codeine) กาบาเพนทิน (gabapentin) เป็นต้น บางรายอาจให้เพร็ดนิโซโลน หรือฉีดสเตียรอยด์เข้าบริเวณเนื้อเยื่อรอบ ๆ รากประสาทที่อักเสบเพื่อลดการอักเสบ

ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอิริยาบถและกิจกรรมที่ทำให้อาการปวดกำเริบ บริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องตามคำแนะนำของแพทย์ ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน

ผลการรักษา ส่วนใหญ่มักจะหายปวดและกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

สำหรับหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนที่ไม่รุนแรง อาการมักจะดีขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์ เนื่องจากหมอนรองกระดูกที่ไหลเลื่อนออกมาข้างนอก มักจะยุบตัวลงจนลดแรงกดต่อรากประสาทไปได้เอง

ในรายที่ให้การรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด 3-6 เดือนแล้วไม่ได้ผล ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ หรือมีภาวะแทรกซ้อน (เช่น กล้ามเนื้อลีบหรืออ่อนแรง มีอาการชามาก ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้) ก็อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อปลดเปลื้องการกดรากประสาท และอาจเชื่อมข้อต่อกระดูกสันหลังให้แข็งแรงในรายที่มีการเลื่อนของกระดูกสันหลัง (spondylolisthesis) การผ่าตัดมีอยู่หลายวิธี รวมทั้งวิธีใช้กล้องส่อง (laparoscopic surgery)

สำหรับโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ในปัจจุบันมีวิธีผ่าตัดขยายโพรงกระดูกสันหลังโดยการส่องกล้องจุลทรรศน์ (microlumbar decompression) ซึ่งได้ผลดีและมีความปลอดภัยมากขึ้น

โดยทั่วไปผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดมีประมาณร้อยละ 10-20 ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้ผลดี แต่มีประมาณร้อยละ 10 ที่อาจมีอาการปวดเรื้อรังต่อไป ในรายที่เกิดภาวะแทรกซ้อนอยู่นานก่อนผ่าตัด อาการก็อาจไม่ดีขึ้นหลังผ่าตัด


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการปวดหลังร่วมกับปวดร้าวลงขาแบบเสียว ๆ ชา หรือมีอาการปวดน่องเวลาเดินไปสักพัก จนต้องหยุดเดินเป็นพัก ๆ ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นรากประสาทถูกกด หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    หลีกเลี่ยงอิริยาบถและกิจกรรมที่ทำให้อาการปวดกำเริบ ปรับท่าทางในการทำงานและการขับรถให้เหมาะสม
    หมั่นบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรงด้วยท่าบริหารที่แพทย์แนะนำ
    ลดน้ำหนัก
    ขณะที่มีอาการปวดให้นอนหงายบนที่นอนแข็ง กินยาบรรเทาปวด และใช้น้ำอุ่นจัด ๆ ประคบ
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินต่อที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา (เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระดำ ท้องเดิน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ) ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด


การป้องกัน

1. หมั่นออกกำลังกาย (เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน) และบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง

2. ระวังรักษาอิริยาบถ (ท่านอน ท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ) ให้ถูกต้อง

3. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก เข็นของหนัก การนอนที่นอนที่นุ่มเกินไป

4. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

5. ไม่สูบบุหรี่ (อาจทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว)


ข้อแนะนำ

1. หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนและโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ มีอาการปวดหลังและปวดร้าวลงมาที่ขาเหมือนกัน ต่างกันที่อันแรกจะพบในกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่า และมักจะปวดมากขึ้นเวลาก้มหรือนั่ง แต่อันหลังมักจะพบในผู้สูงอายุ มีอาการปวดน่องเป็นระยะเวลาเดิน และมักจะทุเลาปวดเวลาก้มหรือนั่ง การวินิจฉัยที่แน่ชัดต้องอาศัยการถ่ายภาพด้วยรังสีหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 โรคนี้มีแนวทางการรักษาเหมือนกัน และส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด

2. ทั้ง 2 โรคนี้ถ้าเป็นในระยะแรกเริ่มและไม่รุนแรง การใช้ยาบรรเทาปวดและลดอักเสบ หลีกเลี่ยงอิริยาบถและกิจกรรมที่ทำให้อาการกำเริบ อาการก็มักจะหายได้ภายใน 4-6 สัปดาห์

3. ผู้ป่วยที่มีอาการแขนหรือขาชาและอ่อนแรง 1-2 ข้าง ซึ่งมีอาการค่อย ๆ เป็นมากขึ้นทีละน้อย (อาจมีอาการปวดคอหรือหลังร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้) ในเวลาเป็นสัปดาห์ ๆ หรือแรมเดือน ควรตรวจสาเหตุด้วยการถ่ายภาพรังสีหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจเกิดจากเนื้องอกไขสันหลัง หรือมีก้อนมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งปอดหรือมะเร็งเต้านมแพร่กระจายไปกดถูกเส้นประสาทสันหลังก็ได้

10
บ้านติดรถไฟฟ้า โมเดน กาญจนาฯ - บางใหญ่ (Moden Kanchana - Bangyai)
เริ่มต้น 4.59 ลบ. - 7 ลบ.

โมเดน กาญจนาฯ - บางใหญ่ (Moden Kanchana - Bangyai)
บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่ "English Cottage Style" บ้านที่มีการออกแบบด้วยฟังก์ชันต่างๆ ที่ลงตัว การดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีพาสเทลของธรรมชาติ พร้อมพื้นที่ใช้สอยและส่วนกลางในสไตล์ English Cottage แบบสวนชนบทอังกฤษในนวนิยายวัยเด็ก ที่พร้อมให้ลูกบ้านได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และผ่อนคลายไปกับบรรยากาศโดยรอบของโครงการ

รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ            โมเดน กาญจนาฯ - บางใหญ่ (Moden Kanchana - Bangyai)
เจ้าของโครงการ          เอพี (ไทยแลนด์)
แบรนด์ย่อย              โมเดน
ราคา                  เริ่มต้น 4.59 ลบ. - 7 ลบ.
ประเภทบ้าน            บ้านเดี่ยว
ลักษณะทำเล            บ้านใกล้เมือง
พื้นที่โครงการ          63 ไร่ 3 งาน 46 ตร.ว.
จำนวนบ้าน            287 หลัง
แบบบ้านทั้งหมด        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
  เนื้อที่บ้าน            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
พื้นที่ใช้สอย            ตั้งแต่ 150 ถึง 240 ตร.ม.
จำนวนชั้น              2 ชั้น
หน้ากว้าง            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
จำนวนห้องนอน        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
จำนวนที่จอดรถ        ตั้งแแต่ 2 ถึง 3 คัน
สาธารณูปโภค

สถานที่ใกล้เคียง
โซน            ไทรน้อย
ที่ตั้ง            ถนนบ้านกล้วย - ไทรน้อย ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี 11150

ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีม่วง, สถานี(บางซื่อ - บางใหญ่)(คลองบางไผ่)
ใกล้ถนนสายหลัก (ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนราชพฤกษ์, ถนนรัตนาธิเบศร์)

สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ศูนย์การค้า/ไลฟ์สไตล์
1.Big C ไทรน้อย
2.Global House ไทรน้อย
3.Makro บางบัวทอง
4.Lotus's บางกรวย-ไทรน้อย
5.Do Home บางบัวทอง
6.Big C Extra บางใหญ่
7.Central Westgate
8.IKEA บางใหญ่

สถานศึกษา
1.โรงเรียนไทรน้อย
2.โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบัวทอง
3.โรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์

โรงพยาบาล
1.โรงพยาบาลไทรน้อย
2.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์
3.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์

11


เครื่องมือจัดฟันกันเก๋ไก๋แล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้สดใสกันอยู่เสมอด้วยนะคะ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการจัดฟันแบบติดแน่น มีวิธีง่ายๆในการดูแลตนเองดังนี้ค่ะ


1.ปากและฟันต้องสะอาดเสมอ เครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นอาจจะเป็นบริเวณที่แผ่นคราบจุลินทรีย์ และเศษอาหารติดได้ง่าย อันเป็นสาเหตุของฟันผุและเหงือกอักเสบ ดังนั้นการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับ ผู้ที่จัดฟัน โดยการแปรงในช่วงเช้า หลังมื้ออาหารทุกมื้อและก่อนนอน และควรใช้ร่วมกับยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ด้วย
2.อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารแข็ง ๆ กรอบ ๆ ทั้งหลาย เช่น น้ำแข็ง ข้าวโพดคั่ว ถั่วชนิดต่าง ๆ ขนมขบเคี้ยวที่มีลักษณะเหนียว ๆ เช่น หมากฝรั่ง ทอฟฟี่ และพวกของหวาน เช่น ลูกกวาด น้ำอัดลม


3.อย่าขบเคี้ยวของแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็นดินสอ ยางลบ ที่หนีบกระดาษ หรือสิ่งอื่น ๆ ที่รับประทานไม่ได้ ไม่ควรนำเข้าปากโดยเด็ดขาด


4.ไม่ ควรทำนิสัยที่ไม่ดี เช่น การดูดนิ้ว การกัดเล็บ และการใช้ลิ้นดุนยางรัด จะทำให้ฟันไม่เข้าที่ ซึ่งอาจทำให้ต้องยืดเวลาในการใส่ลวดดัดฟันออกไปนานกว่าปกติ


5.ผักผลไม้ ที่จะรับประทาน ถ้าจะรับประทานผลไม้หรือผักสด เช่น แอปเปิ้ล แครอท หรือขนมขบเคี้ยวแบบกรอบ ควรตัดแบ่งให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ แล้วจึงรับประทาน
แปรงบริเวณเครื่องมือ และลวดจัดฟัน วางขนแปรงบนเครื่องมือจัดฟัน ขยับและหมุนขนแปรงไปมา ในช่วงสั้น ๆ อย่างน้อย 10 ครั้ง ทำเช่นเดียวกันที่บริเวณเหนือและใต้เครื่องมือจัดฟันทุกบริเวณที่มีเครื่อง มือจัดฟัน โดยเริ่มจาก


แปรงด้านนอกของฟัน โดยวางขนแปรงสีฟันที่บริเวณคอฟัน ให้ขนแปรงจรดขอบเหงือก และทำมุม 45 องศากับแนวแกนฟัน ขยับขนแปรงและหมุนไปมาในช่วงสั้น ๆ และปัดแปรงลงไปยังปลายฟัน ทำเช่นนี้กับฟันทุกซี่


แปรงด้านในของฟัน โดยวางขนแปรงที่บริเวณคอฟัน ทางด้านในของฟันให้ขนแปรงจรดระหว่างขอบเหงือกและคอฟัน ขยับขนแปรงและหมุนไปมาช่วงสั้น ๆ แล้วปัดขนแปรงไปยังปลายฟัน






วิธีง่ายๆในการดูแลตนเองขณะ จัดฟัน ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

12

การจัดฟัน ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ผิดรูปร่าง ซึ่งเพียงแค่ จัดฟัน ให้เรียงตัวอยู่ในตำแหน่งปกติ ก็ช่วยใบหน้าดูดีขึ้นได้

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการมีหน้าเรียวขึ้น การจัดฟัน จะช่วยปรับรูปลักษณ์โครงหน้าให้เรียวขึ้นได้อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ การจัดฟัน จึงเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป เพราะนอกจากช่วยปรับรูปหน้าให้ดูดีได้แล้ว ยังส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีที่มาพร้อมรอยยิ้มได้อย่างมั่นใจ แต่ก่อนอื่น ผู้ที่ต้องการ จัดฟัน จะต้องศึกษาและเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการ จัดฟัน รวมถึงวิธีดูแลตัวเองในระหว่าง จัดฟัน อย่างถูกต้องเสียก่อน โดยศึกษาได้จากรายละเอียดดังต่อไปนี้


การจัดฟัน คือ อะไร?


การจัดฟัน เป็นวิธีช่วยแก้ไขฟันที่มีการเรียงตัวผิดปกติไม่สมดุลให้กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของฟันที่เลื่อนไป โดยการใช้จากเครื่องมือภายนอกและภายในช่องปาก เป็นตัวช่วยกระตุ้นทำให้เกิดการปรับแต่งโครงสร้างของฟันใหม่ ทำให้โครงสร้างกระดูกเปลี่ยนไป แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ซึ่งโดยปกติแล้วการเคลื่อนตัวของฟันจะมีอัตรา 1 มิลลิเมตร ต่อ 1 เดือน




จัดฟัน การตัดสินใจจัดฟัน และวิธีปฏิบัติในระหว่างจัดฟันอย่างถูกต้อง ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

13
ว่าการทานอาหารนอกบ้าน ตามร้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามโรงแรม ร้านอาหาร ร้านข้าวข้างทาง ล้วนแต่เป็นตัวการทำให้อ้วนทั้งนั้น ยิ่งอาหารบุฟเฟต์แล้วล่ะก็ ความงกบังเกิด ต้องกินให้คุ้มที่สุด


แต่ถ้าปฏิเสธเพื่อนแสนรัก ครอบครัวแสนดี ว่าไม่ไปด้วยนะ ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็เกรงว่าจะเป็นการเสียน้ำใจ หรือถ้าเป็นญาติผู้ใหญ่ชวนก็จะกลายเป็นว่าเสียมรรยาทแทน

บางครั้งเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่วิธีการแก้ปัญหาเมื่อต้องไปทานข้าวนอกบ้านตอนลดน้ำหนักนั้นก็เป็นเรื่องง่ายๆ แถมถ้าคิดบวกว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ไปนั่งคุยกับเพื่อน ญาติพี่น้อง ก็ได้ช่วยบรรเทาความเครียดจากการลดน้ำหนักได้อีกทางหนึ่ง

ต่อไปนี้จะเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับการไปทานอาหารนอกบ้านตอนไดเอต

1. บอกเพื่อน ๆ ไว้ก่อนว่าลดน้ำหนักอยู่สิ่งแรกที่ควรทำคือ บอกคนที่มาชวนเราว่าเราลดน้ำหนักอยู่นะ ทำให้เขาเตรียมใจไว้ว่าควรจะปฏิบัติต่อเราอย่างไร รวมถึงเราอาจได้กำลังใจเพิ่มขึ้นก็ได้

2. อาหารไม่ได้มีแค่อยู่ในเมนูอย่าลืมไปว่า เมนูในร้านอาหารนั้นบางครั้งเจ้าของร้านก็เลือกแต่เมนูจานเด็ดเอาไว้ หรือเป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่มักจะสั่ง เลยทำให้อาหารเหล่านี้อาจไม่ค่อยเหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่เท่าไร

แต่อย่าลืมว่า พ่อครัวแม่ครัวก็สามารถทำตามใจคุณได้เช่นกัน คุณอาจจะสั่งอาหารนอกเมนู อาจสั่งเป็นอาหารที่คุณเคยทานที่บ้านในช่วงที่ลดน้ำหนัก หรือไม่ก็ถามเลยว่าที่ร้านมีอาหารสำหรับคนลดน้ำหนักบ้างไหม

แต่ข้อนี้อาจจะทำได้ยากหน่อย ถ้าร้านที่คุณไปนั่งเป็นร้านพวกฟาสต์ฟูดส์ ที่ไม่สามารถสั่งนอกเมนูได้

ถ้าทำข้อนี้ไม่ได้ ไปดูข้อต่อไปกัน

3. สั่งอาหารที่คิดว่าเหมาะกับการลดน้ำหนักมากที่สุดลองเปิดเมนูอาหารซ้ำไปซ้ำมา ค่อยๆพิจารณาทีละจานว่าแต่ละจานใช้ส่วนประกอบอะไรบ้าง มีน้ำมันเยอะไหม มีแป้งเยอะไหม ใช้เนื้อส่วนไหน (ติดมันไม่ติดมัน) เพราะบางครั้งการพิจารณาส่วนประกอบของอาหารก็ช่วยเราลดแคลอรี่ได้

แนวทางในข้อนี้ คือพยายามเลือกอาหารที่ปรุงด้วยวิธีต้มและนึ่ง

หลีกเลี่ยงอาหารผัด อาหารทอด หรือแกงกะทิ

เลือกจานอาหารที่มีผักเยอะๆ

เลือกเมนูที่คิดว่าแป้งน้อย หรือเมนูที่ใช้ธัญพืชเป็นส่วนประกอบได้ยิ่งดี

อย่าเลือกตามเพื่อน ใช้แนวทางของตนเอง

เลือกเนื้อปลาแทนเนื้อหมูและเนื้อไก่

หลีกเลี่ยงอาหารทะเล เช่น หมึก กุ้ง เพราะมีคอเลสเตอรอลสูง



4. พยายามปิดหู ปิดตาบ่อยครั้งที่เจ้าเพื่อนของคุณมักจะสั่งอาหารแนะนำของร้าน ถ้าเป็นอาหารจานเดียวจานใครจานมัน เช่น สเต็ก ก็ยังไม่ค่อยมีผลต่อเราเท่าไร แต่ถ้าเป็นร้านอาหารไทย ที่มักสั่งอาหารเป็นกับข้าวแล้วทานด้วยกัน อันนี้น่าเป็นห่วง เพราะคุณจะเผลอทานอาหารที่ไม่เหมาะกับการลดน้ำหนักเท่าไร

นอกจากนี้อาจต้องปิดตาไม่มองไปที่โฆษณาที่อาจวางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าคุณ เช่น



เนื้อไก่อบพริกไทยสูตรใหม่ รสเด็ด สั่งเลย

เนื้อวัวชั้นดีจากเกาหลี

ข้าวผัดมันกุ้งรสเด็ด

ขาหมูเยอรมันลดราคา 30%

ไก่ทอดรสเด็ด กรอบนอกนุ่มใน

พิซซ่า ซื้อ 1 แถมอีก 1

แนวทางในข้อนี้ คือ



อาหารลดน้ำหนัก ลดน้ำหนัก แต่ต้องไปทานอาหารนอกบ้าน ทำอย่างไรดี ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

14
เป็นอีกหนึ่งจักรวาลภาพยนตร์ที่ “ความลับ” เยอะแยะเต็มไปหมด ตั้งแต่เริ่มต้นในหนังภาคแรกอย่าง Cloverfield ในปี 2008



ที่เปิดกระแสหนังสัตว์ประหลาดกล้องสั่นไหว จนหลายคนเดินออกมาอาเจียนนอกโรงหนัง แต่ความสนุกยิ่งกว่าการดูหนัง คือการทำมาร์เกตติ้งของหนังเรื่องนี้ที่หยิบจับเอา Easter Egg หรือ จุดเชื่อมโยงในจักรวาลเดียวกันซึ่งถูกแอบซ่อนอยู่ในฉากต่างๆในเรื่อง จนบรรดาแฟนหนังทำเว็บไซต์แฟนคลับของหนังเรื่องนี้ออกตามกันมาเลยทีเดียว


8 ปีผ่านไปกว่าที่หนังภาคที่เกี่ยวข้อง (เราไม่สามารถเรียกว่าภาคต่อได้เนื่องจากไม่ทราบหนังเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหนของไทม์ไลน์นี้กันแน่) กับ 10 Cloverfield Lane ที่เล่าเรื่องราวฉุกละหุกที่เกิดขึ้นในบังเกอร์หลบภัยใต้ดิน ก่อนที่นางเอกของเรื่องจะหนีรอดออกมาและค้นพบความจริงเกี่ยวกับเอเลี่ยนที่น่าตื่นตระหนก


และในปี 2018 จู่ๆหนังอย่าง The Cloverfield Paradox ก็ถูกนำมาฉายทางออนไลน์สตรีมมิ่งทาง Netflix ซึ่งแหล่งข่าวมีการรายงานว่าจริงๆแล้วหนังเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจักรวาลนี้แต่แรก หากแต่มีการมาถ่ายทำซ่อมและพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์เพื่อให้สามารถเข้าไปอยู่ในจักรวาลนี้ได้อย่างแนบเนียน


โดย The Cloverfield Paradox บอกเล่าเรื่องราวของสถานีอวกาศนอกโลกที่กำลังทำการทดลองผลิตพลังงานทดแทน เพื่อช่วยให้โลกมนุษย์ที่กำลังจะเกิดสงครามเพราะแย่งชิงพลังงาน แต่เมื่อการทดลองเกิดผิดพลาดและทำให้สถานีอวกาศเกิดการทะลุมิติมายังมิติเสมือนโลกของตัวเอง อันกลายเป็นปรากฏการณ์ PARADOX ที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย และอาจจะกลายเป็นที่มาของสัตว์ประหลาดในหนังภาคแรกด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังภาคนี้ ถ้าหากเราดูแบบไม่ธรรมดาไม่เชื่อมโยงจักรวาล The Cloverfield Paradox ให้บรรยากาศ “อวกาศลึกลับ” แบบเดียวกับหนังอย่าง Event Horizon ซึ่งเหตุการณ์ประหลาด หลังจากที่ยานวาร์ปมาอีกมิติหนึ่ง เราก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครบ้าง เนื่องจากมีสถานการณ์แปลกๆเกิดขึ้นอยู่เต็มไปหมด และที่สำคัญอีกประการคือหนังก็ทำให้เราคาดเดาไม่ได้ด้วยว่าตัวละครไหนจะ “มีอันเป็นไป” ก่อนหรือหลัง แต่พอคคาดเดาได้เหมือนกันว่าใครจะอยู่รอดเป็นคนสุดท้ายในยานลำนี้ เนื่องจากหนังเปิดเรื่องมาที่ตัวละครตัวหนึ่งชัดเจนมาก

ถ้าถามในแง่ของความแปลกใหม่หรือโดดเด่นสำหรับ The Cloverfield Paradox ค่อนข้างจะเป็นหนังที่ดู “ธรรมดา” เกินไปหน่อยในจักรวาลนี้ แต่ถ้าถามว่าหนังเลวร้ายจนดูไม่ได้หรือเปล่า ก็ต้องตอบว่าไม่ เพียงแค่เหมือนเป็นหนัง “คั่นเวลา” ที่โผล่เข้ามาเพื่อทำให้มีประเด็นต่างๆในจักรวาลนี้มากขึ้นเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามรอดูภาคต่อไปกับ Overlord ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงปลายปีนี้ว่าจะเล่าอะไรให้เรา “งง” กับจักรวาลนี้ไปอีก!


หนังใหม่ The Cloverfield Paradox ชิ้นส่วนหนึ่งของจักรวาลอันยุ่งเหยิง ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

15


ปลาส่วนใหญ่จะมีสีสวย รูปร่างแปลกชวนมอง และพฤติกรรมที่ชวนให้หลงใหล แต่ไม่ใช่ว่าปลาทุกชนิดจะเหมาะกับนักเลี้ยงปลาตู้มือใหม่หรอกนะ ในความเป็นจริงแล้วปลาหลายชนิดเลี้ยงยากขนาดที่นักเลี้ยงปลาที่ว่าเซียน ๆ ยังต้องปวดเศียรเวียนเกล้า และปลาบางชนิดก็กินแต่อาหารเฉพาะอย่างเท่านั้น ซึ่งคุณอาจหาไม่ได้ ปลาประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงไว้ในตู้ที่บ้านด้วยประการทั้งปวง



แล้วคุณควรทำยังไงดี

……คุณไม่สามารถเลี้ยงปลาตามแบบที่ร้านขายปลาแถวบ้านหรือที่เพื่อนคุณเลี้ยงได้หรอก เพราะปลาหลายชนิดทีเดียวไม่เหมาะที่จะให้มือใหม่เลี้ยง มันอาจมีนิสัยดุร้าย เป็นโรคง่าย หรือไม่ก็จู้จี้กินยากซึ่งอาจจะปรับตัวไม่ได้เลยกับอาหารปลาที่คุณมี ปัญหาหลัก ๆ สามประการที่มักเกิดขึ้นกับปลาตู้ก็คือ ความดุร้าย การติดโรค และการขาดสารอาหาร การเลือกปลาที่จะเลี้ยงอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาปวดหัวเหล่านี้



การอยู่ร่วมกันของปลาในตู้เป็นอย่างไร


……บางทีสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาก็คือนิสัยโดยรวมของปลา เช่น มันเป็นปลารักสงบ ดุร้ายพอประมาณ หรือว่าดุแบบสุด ๆ แถมยังชอบล่าเหยื่ออีก การนำปลาที่มีนิสัยต่างกันมาอยู่ร่วมกันอาจก่อให้เกิดความหายนะได้ คุณจึงควรเลือกว่าต้องการให้ฝูงปลาในตู้มีลักษณะแบบไหน แล้วจึงเลือกปลาที่มีนิสัยเข้ากันได้มาอยู่ร่วมตู้เดียวกัน


……นักเลี้ยงปลามือใหม่ควรจะประเดิมด้วยการเลี้ยงปลาพันธุ์ดุ ๆ หรือปลานักล่าก่อน เพราะปลาพวกนี้เลี้ยงง่าย ทนทาน ขอแค่ให้อาหารมันกินอย่างเพียงพอและมีตู้ที่ใหญ่พอกับขนาดของมัน มันก็จะเติบโตได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พวกปลานิสัยป่าเถื่อนพวกนี้อาจก่อความยุ่งยากให้คุณได้ในกรณีที่มันทำร้ายกันเอง ด้วยเหตุนี้นักเลี้ยงปลามือใหม่หลายคนจึงนิยมเลี้ยงปลาที่มีนิสัยรักสงบ เชื่อง หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ดุร้ายกับปลาพันธุ์อื่น ๆ ( โดยปกติพวกปลามักจะเห็นปลาพันธุ์เดียวกันเป็นคู่แข่งของมัน แม้แต่ปลาที่ว่าหงิม ๆ ก็อาจจะดุร้ายกับเพื่อนปลากับมันได้)


ปลาพันธุ์ใหนบ้างที่ทนทายาด

……คุณควรพยายามทุกวิถีทางที่จะหาซื้อปลาที่แข็งแรง ไม่เป็นโรคง่าย ๆ มาให้ได้ ปลาบางพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมากในหมู่นักเลี้ยงปลาตู้ เช่น genus zebrasoma ซึ่งมีชื่อเสียมากเรื่องความอ่อนแอติดโรคง่าย แม้ว่าจะไม่มีปลาชนิดใดที่ทนทานต่อเชื้อโรคได้สมบูรณ์แบบก็เถอะ แตปลาบางพันธุ์ก็จะทนทานกว่าพันธุ์อื่น ๆ คุณควรหลีกเลี่ยงปลาบางชนิดที่อาศัยอยู่ได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ยากจะจำลองได้ในตู้ปลา เช่น ปลาบางชนิดกินเฉพาะสัตว์เล็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวหินปะการังเป็นอาหาร ปลาบางชนิดต้องได้ทรายใหม่ ๆ มาใส่ไว้เสมอ มันไม่สำคัญหรอกว่าปลาพวกนี้จะสวยงามน่าเลี้ยงเพียงใด สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ อย่านำมันมาเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มันไม่สามารถเติบโตได้




……ปลาต่อไปนี้เป็นปลาที่ไม่ดุร้ายซึ่งไม่จำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ นอกเสียจากว่าคุณจะเอาปลาพันธุ์เดียวกันมากกว่า 1 ตัวใส่ลงในตู้เดียวกัน


ปลาคาร์ดินัล


……เป็นปลาในฝันของนักเลี้ยงปลาที่ต้องการให้ตู้ปลามีบรรยากาศเงียบสงบเลยทีเดียว พันธุ์หนึ่งที่เป็นที่นิยมมากคือปลาคาร์ดินัลชุดนอน ( Sphaeramia nemotoptera) ปลาพันธุ์นี้ทนทานเป็นเลิศและแทบจะไม่เคยก้าวร้าวเลย แม้คุณจะเอามันมาเลี้ยงรวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ก็สามารถทำได้ ปลาคาร์ดินัลส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลากลางคืน และใช้เวลาในตอนกลางวันซุกตัวตามรอยแยกของหิน แต่ปลาคาร์ดินัลชุดนอนจะว่ายไปมาให้คุณเห็นเกือบจะตลอดเวลา โดยมันจะว่ายลอยตัวช้า ๆ อยู่เหนือของประดับในตู้ปลา ปลาคาร์ดินัลลายทอง ( Apogon cyanosoma) และปลาคาร์ดินัลไฟ ( A. maculatus) ก็เป็นปลาที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงปลาเช่นกัน



ปลาสวยงาม ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงปลา ดูเพิ่มเติมได้ที่

หน้า: [1] 2